นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการประชุมสุดยอดความมั่นคงอาหารโลก หรือ World Food Summit ครั้งที่ 1 เมื่อปี ค.ศ. 1966 ที่ได้กำหนดเป้าหมายในการลดจำนวนประชากรโลกผู้อดอยากหิวโหยลงครึ่งหนึ่ง โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้ติดตาม และประเมินผลจำนวนผู้อดอยาก หิวโหย หรือ Prevalence of Undernourished ของประเทศต่างๆ เพื่อเผยแพร่ในเอกสาร The State of Food Insecurity in the World : SOFI ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ประมาณการจำนวนผู้อดอยากหิวโหยของประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 26 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จนเหลือร้อยละ 16 ในปี 2554 อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าตัวเลขดังกล่าวอาจไม่สะท้อนสถานะที่แท้จริงของประเทศไทย ซึ่งควรจะต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ
ดังนั้นองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)จึงได้เสนอความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อตรวจสอบปรับปรุงข้อมูลสำหรับคำนวณตัวเลขผู้อดอยากหิวโหย โดย สศก. ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ และ FAO จัดประชุมเพื่อนำเสนอผลการศึกษาความไม่มั่นคงด้านอาหารของไทย ซึ่งผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนผู้ขาดสารอาหารของประเทศไทยลดลงต่ำกว่าการประมาณการของ FAO ที่เผยแพร่ในเอกสาร SOFI โดยอยู่ที่ร้อยละ 5.5 คิดเป็นประชากรประมาณ 3.8 ล้านคนส่งผลให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือ MDG ในการลดสัดส่วนผู้อดอยากหิวโหยลงมากกว่าครึ่ง ก่อนถึงกำหนดภายในปี 2558
การวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลสำหรับใช้คำนวณตัวเลขผู้ขาดสารอาหารของไทย มีหน่วยงานประกอบด้วย สศก. สำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้แทนกรมต่างๆ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันตรวจสอบ ปรับปรุง และเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำมาใช้ในการประมาณการสัดส่วนผู้ขาดสารอาหาร ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญจาก Statistic Division ของ FAO สำนักงานใหญ่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

