เช้าวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2551 พัทลุงท้องฟ้าแจ่มใส แม้มีแดดเล็กน้อยแต่ลมก็พัดโชยมาเป็นระยะๆ บรรยากาศโดยรวมจึงเป็นไปอย่างสบายๆ และวันนี้ ณ แปลงนารวมพันธุ์ข้าวพื้นบ้านของศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยเป็นวันที่กลุ่มชาวนาจากจังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช กว่า 20 คน นัดหมายมารวมตัวกันเพื่อมาติดตามการเจริญโตของต้นข้าว ช่วยกันนำปุ๋ยหมักชีวภาพมาใส่ในแปลงนา และวางแผนดูแลแปลงนารวมแห่งนี้ร่วมกัน เป็นเสมือนการสานต่อกิจกรรมเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายมากมายที่ชื่อว่างาน “ ออกปาก กินนาวาน ข้าวพื้นบ้าน สืบสานวิถีนา”
จะว่าไปแล้วงาน “ ออกปาก กินนาวาน ข้าวพื้นบ้าน สืบสานวิถีนา” เมื่อวันที่ 20-21 กันยายน 2551 ที่ผ่านมานั้น เป็นกิจกรรมที่กลุ่มชาวนาใน 3 จังหวัด กลุ่มเยาวชนในพื้นที่ และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มาร่วมกันถอนกล้าและดำนาในแปลงนารวมของศูนย์วิจัยข้าว โดยเมล็ดพันธุ์ที่ได้จะนำมาเป็นกองทุนเมล็ดพันธุ์ของชาวนาต่อไป และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นก็สื่อให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือ ระหว่างองค์กรชาวบ้านกับภาครัฐในการอนุรักษ์ข้าวพื้นบ้านและวิถีชาวนาภาคใต้ รวมถึงเป็นการช่วยถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนรุ่นเก่าๆ ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่อีกด้วย
หากหลายสาย พันธุ์ ข้าวพื้นบ้านภาคใต้
พันธุ์ข้าวที่นำมาดำในแปลงนารวมแห่งนี้ เป็นข้าวพื้นบ้านภาคใต้ 10 สายพันธุ์ (จากหลายร้อยๆ สายพันธุ์ที่ศูนยน์วิจัยข้าวพัทลุงเก็บรักษาไว้) ที่เป็นไปตามความต้องการของชาวนา ได้แก่ ข้าวเหนียวดำเปลือกดำ ข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวกาบโหนด ข้าวเหนียวตอก ข้าวไข่มดริ้น ข้าวนาง กลาย ข้าวเข็มทอง ข้าวช่อจังหวัด ข้าวหอมจันทร์ และข้าวเล็บนกปัตตานี นำมาดำในพื้นที่ 10 ไร่ (ไร่ละ 1 สายพันธุ์) และสภาพที่เห็นในวันนี้คือ ข้าวแต่ละพันธุ์งอกงามขึ้นมาอย่างดี ด้วยความเอาใจใส่ของหลายฝ่าย โดยเฉพาะทีมงานจากศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ทำเอาชาวนาที่เดินทางมาเห็นต่างยิ้มแย้มแจ่มใสไปตามๆ กัน

ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันใส่ปุ๋ย (อินทรีย์ชีวภาพ) ในนา
เป้าหมายหลักของการมารวมกันวันนี้ คือ ช่วยกันใส่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพในนา ตามข้อตกลงร่วมกันเมื่อครั้งมาช่วยกันดำนาที่ว่า “ การดูแลรักษาข้าวในแปลงนารวมแห่งนี้จะต้องเป็นนาอินทรีย์ทั้งหมด” ซึ่ง ข้อสรุปจากวันนั้นทำให้เกิดการนัดหมายให้แต่ละพื้นที่กลับไปเอาหัวเชื้อ จุลินทรีย์ที่ผลิตใช้เองในแปลงมาเพาะขยายใช้กับแปลงนารวมผืนนี้ ส่วนใครที่มีปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่กลุ่มผลิตเองก็ให้นำมาใส่ในแปลงควบคู่กัน ไปด้วย
เราจึงได้เห็นภาพที่ลุงป้าน้าอาหอบหิ้วน้ำหมักชีวภาพและ ปุ๋ยชีวภาพที่แต่ละคนผลิตใช้ในชุมชนมารวมกัน และช่วยกันใส่ปุ๋ยลงในนาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จนอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพต่างๆ เหล่านี้ มาบอกเล่าสู่กันฟัง....
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ลีลาหว่านปุ๋ยของสองสาวจากสงขลา |
|
นารวมศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง : ห้องเรียนแห่งใหม่ของชาวนา
กลุ่มชาวนาที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ต่างมีความเห็นตรงกัน ว่าจะต้องมีการดำเนินกิจกรรมในนารวมอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อเสนอการดำเนินการหลายประการ เช่น
- ให้มีการเรียนรู้เรื่องการบันทึกลักษณะประจำพันธุ์ข้าว โดยการฝึกปฏิบัติในนาแล้วมาแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการของศูนย์วิจัยฯ เพื่อให้สามารถกลับไปบันทึกข้อมูลพันธุ์ข้าวของแต่ละพื้นที่ได้ นำไปสู่กระบวนการ “ บันทึกลักษณะพันธุ์ข้าวในท้องถิ่น” ของชาวนา เป็นการป้องกันการช่วงชิงพันธุกรรมจากต่างประเทศได้
- แลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคต่างๆ ในการทำนา เช่น หลักการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าว การป้องกันปัญหาโรคแมลง การจัดการน้ำ เป็นต้น ไปจนถึงการยกระดับความรู้เรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าว (คัดพันธุ์/ผสมพันธุ์) โดยให้ศูนย์วิจัยสนับสนุนความรู้และกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาพันธุ์ ข้าว
- สร้างการเรียนรู้ร่วมกับเยาวชน เพื่อให้เกิดการส่งผ่านวิถีชาวนาให้กับคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลา เช่น การชวนเด็กๆ มาบันทึกลักษณะพันธุ์ หรือ จัดกิจกรรมตามวิถีวัฒนธรรมชาวนา เช่น การทิ่มข้าวเม่า การเก็บข้าว การทำขวัญข้าว เป็นต้น
อาจกล่าวได้ว่านับจากวันนี้ไป กลุ่มชาวนาจากสามจังหวัดรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา (ภายใต้การรวมตัวเป็น “ คณะทำงานชาวนาทางเลือกภาคใต้” ) มีสัญญาใจนัดหมายจะมาเจอกันเป็นประจำ ณ แปลงนารวมของศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงแห่งนี้ แปลงนารวมที่จะกลายมาเป็นห้องเรียนแห่งใหม่ของชาวนา ห้องเรียนที่จะเป็นการผสานนาบนดินกับนาบนกระดาษเข้าหากัน และช่วยกันพัฒนาปรับปรุงองค์ความรู้สู่การพึ่งตนเองด้านพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน สืบไป...


