ภัยแล้งคุกคามตลาดธัญญาหาร

ในขณะที่เอเชียกำลังเผชิญพายุฝนและน้ำท่วมทั้งที่จีนและปากีสถานซึ่งกำลัง ประสบภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ในทวีปยุโรปกลับกำลังเผชิญภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่ไม่เพียงทำให้หลาย พื้นที่ในรัสเซียประสบไฟป่า แต่พืชผลการเกษตรรวมทั้งธัญพืชอย่างข้าวสาลีก็มีแนวโน้มผลผลิตลดลงเนื่องจาก สภาวะดังกล่าว และน่าจะส่งผลกระทบต่อราคาอาหารที่ส่อเค้าขยับสูงขึ้น

เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า อุณหภูมิอากาศที่พุ่งสูงและภาวะความแห้งแล้งที่กำลังเป็นภัยคุกคามผลผลิต ข้าวสาลีของประเทศรัสเซีย ได้ขยายขอบเขตผลกระทบมาถึงภูมิภาคยุโรปตะวันตกแล้วโดยหลายประเทศเริ่มคาด การณ์ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลีในฝรั่งเศสหรือมะเขือเทศ ในอิตาลี ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรรัสเซียได้แถลงตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตธัญพืชทั่วประเทศในปีนี้ ลดลงจากที่เคยคาดไว้ 90 ล้านตัน เหลือเพียง 70-75 ล้านตัน ปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรงและอุณหภูมิที่สูงเป็น ประวัติการณ์ คือประมาณ 40 องศาเซลเซียส (140 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งทำให้เกิดไฟป่าและมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 40 คน ด้านนักวิเคราะห์ในยุโรปตะวันตกก็ประเมินสถานการณ์ว่า ฤดูร้อนที่แห้งแล้งรุนแรงครั้งนี้จะทำให้พืชผลการเกษตร ทั้งผัก ผลไม้ และธัญญาหาร ลดลงและจะทำให้ราคาอาหารทะยานขึ้น ทั้งนี้ตัวเลขจากหน่วยงานรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารขยับราคาขึ้นไปแล้ว 12-15%

นายเบน ลอยด์-ฮิวจ์ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาวะอากาศ จากสถาบันวอล์คเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยรีดดิงส์ ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ภูมิประเทศในลักษณะแอ่งของยุโรปตะวันตกกำลังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง แต่บริเวณที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดนั้นเป็นภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัส เซีย ยูเครน และเบลารุส

"ครั้งนี้ปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับต่ำที่สุดและอุณหภูมิอากาศก็สูงที่สุดใน รอบ 30 ปี ความแห้งแล้งในช่วงเวลานี้ของปีในพื้นที่ดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเนื่อง จากพื้นดินมีความชุ่มชื้นน้อยลง ความแห้งแล้งของดินยิ่งทำให้สภาวะอากาศแห้งแล้งทวีความรุนแรงเข้าไปอีก สัปดาห์หน้าเราพยากรณ์อากาศได้เลยว่า แสงแดดจะยิ่งแผดจ้ายิ่งกว่านี้"

ความคาดหมายว่าผลผลิตข้าวสาลีของรัสเซียจะลดลง ขณะนี้ได้ส่งผลให้ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกทะยานขึ้นแล้ว มิเชล โปติเยร์ จากบริษัท อะกริเทล ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยความเสี่ยงเกี่ยวกับพืชผลการเกษตร จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง แม้จะไม่รุนแรงเทียบเท่ากับที่รัสเซียกำลังเผชิญอยู่ "เราประเมินว่า ผลผลิตข้าวสาลีในฝรั่งเศสจะลดลง 10% เมื่อเทียบกับผลผลิตปีที่แล้ว แต่อย่าลืมว่า ปีที่แล้วเราได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างอุดมสมบูรณ์มาก"

ไม่เพียงแต่ผลผลิตประเภทข้าว ในประเทศอิตาลี สมาคมเกษตรกรออกมาแถลงว่า ปีนี้ผลผลิตมะเขือเทศทั้งประเทศจะลดลงประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอันเป็นผลกระทบมาจากสภาพความแห้งแล้งของอากาศ ขณะเดียวกันในประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ปลูกดอกทิวลิป ประเมินว่า ปริมาณการผลิตหัวทิวลิปเพื่อนำไปปลูกอาจจะลดลง 10% หรือมากกว่านั้น และในประเทศเบลเยียม ก็มีความคาดหมายว่า มันฝรั่งที่ปลูกจะให้ผลผลิตน้อยลง

บริษัทที่ปรึกษาอัลเฟรด ซี. เทิฟเฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตเบียร์ในเยอรมนีมีแนวโน้มว่าจะต้องซื้อข้าวบาร์เลย์ในราคาที่ สูงขึ้น เนื่องจากคาดว่าผลผลิตข้าวบาร์เลย์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตจะลดลงได้ ถึง 20% กรมอุตุนิยมวิทยาของเยอรมนีระบุว่า ฝนที่ตกลงมาในปีนี้มีปริมาณเพียง 42% ของระดับปกติ ขณะที่ผู้บริโภคในยุโรปกำลังเผชิญราคาอาหารที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ประชาชนในภูมิภาคอื่นๆของโลกจะได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งในยุโรปครั้งนี้ ผ่านทางตลาดข้าวสาลีที่มีปริมาณผลผลิตเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่มาจากประเทศแถบทะเลดำ ได้แก่ รัสเซีย ยูเครน และคาซัคสถาน ที่กำลังถูกภัยแล้งคุกคามอยู่ในเวลานี้