เกจิชี้ทางสว่างรับมือไข่ล้นตลาด

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯจี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแอกชันแพลน รับมือไข่ไก่ล้นตลาด จี้ปศุสัตว์ตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตเดิม-เพิ่มใหม่แจ้งเตือนรายใหญ่ รายย่อยวางแผนผลิตให้สมดุล ส่วนพาณิชย์ให้เร่งรณรงค์บริโภคไข่ไก่ผ่านทุกช่องทางให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมศึกษาส่งออกเจาะตลาดเอฟทีเอ

นางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพันธุ์สัตว์ และไข่ไก่มีราคาแพง ซึ่งการเปิดเสรีมีโอกาสที่จะทำให้ไข่ไก่ล้นตลาดในอนาคตและราคาตก ต่อเรื่องดังกล่าวทางสมาคมมองว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมรับมือกับ ปัญหาดังกล่าวเพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่ได้ทั้งระบบ
ที่สำคัญคือ ในส่วนของกรมปศุสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลเรื่องการอนุญาตนำเข้าพ่อแม่ พันธุ์ การกำกับดูแลด้านสุขอนามัยและโรคระบาด ควรมีการตรวจสอบย้อนกลับต้นกำเนิดของสินค้า เพื่อศึกษาข้อมูลจากกรณีผลผลิตเดิมมีจำนวนเท่าใด ผลผลิตใหม่มีจำนวนเท่าใด เมื่อนำทั้งสองกรณีมารวมกันแล้วจะทำให้ทราบอย่างชัดเจนว่าใครเป็นต้นเหตุ เมื่อเกิดกรณีไข่โอเวอร์ซัพพลาย หรือล้นตลาด รวมถึงกรมปศุสัตว์จะต้องเตรียมการสื่อสารไปยังบริษัท หรือผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ และรายย่อยว่าควรเตรียมการวางแผนเพื่อรองรับด้านการเลี้ยงไก่ไข่ และจำนวนไข่ไก่ให้มีความสมดุลกัน

ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจะต้องทำการรณรงค์อย่างจริงจังเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมี การบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเป็นรูปธรรม และครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่ การสนับสนุนให้นำไข่ไก่เข้าสู่โครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน การประสานกับโรงพยาบาลเพื่อนำไข่ไก่ปรุงเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยและเจ้า หน้าที่ภายในโรงพยาบาล ประสานกับกรมราชทัณฑ์เพื่อนำไข่ไก่ปรุงเป็นอาหารสำหรับผู้ต้องขังตาม ทัณฑสถานทั่วประเทศ ส่วนแพทย์ควรเป็นผู้เผยแพร่คุณประโยชน์ของการบริโภคไข่ไก่ต่อประชาชน ทุกระดับเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความเข้าใจที่ดีในการบริโภคไข่ไก่ต่อฟองต่อวัน

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ควรศึกษาช่องทางให้ผู้ประกอบการไก่ไข่ได้ใช้สิทธิ ประโยชน์จากเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)ที่ไทยมีกับหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศกลุ่มอาเซียน ให้เป็นประโยชน์ในการส่งออกอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งการดูแลเกี่ยวกับระบบสุขอนามัยของสินค้าไข่ไก่จากประเทศไทยให้เป็นไป ตามระบบสากลทั้งในเรื่องอาหารปลอดภัย ชีวอนามัย และการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อให้คู่ค้ายอมรับสินค้าไข่ไก่จากประเทศไทย ส่วนผู้ประกอบการยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาหารฮาลาลในสินค้าไข่ไก่ สำหรับเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิมในประเทศต่างๆ ด้วย

"หากเราไม่ศึกษาเพื่อทำตลาดส่งออกไข่ไก่ไปประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศที่มีการจัดทำเอฟทีเอกัน ในอนาคตอาจมีผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยออกไปลงทุนข้างนอกแล้วส่งไข่ไก่ต้น ทุนต่ำกลับมาตีตลาด หรืออาจมีไข่ที่ผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ลาว กัมพูชาส่งเข้ามา ซึ่งไม่ควรวางใจ หากทุกฝ่ายทำได้เช่นนี้เชื่อว่าปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด และราคาตกน่าจะบริหารจัดการได้"