ค้าน- กลุ่มชาวบ้าน บ้านแหลมไทร ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง ประชุมประชาคมชาวบ้านสอบถามความเห็นจะอนุญาตให้กลุ่มนายทุนต่างชาติ เข้ามาเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล พื้นที่บ้าน แหลมไทรและบ้านทุ่งทอง ณ ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดบ้านแหลมไทร
ตรัง - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 3 บ้านแหลมไทร ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง จัดประชุมประชาคมชาวบ้านเพื่อสอบถามความเห็นจะอนุญาตให้บริษัท รอยัล ซีวิด จำกัด เป็นกลุ่มนายทุนต่างชาติ เข้ามาเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล ที่พื้นที่บ้านแหลมไทรและบ้านทุ่งทอง บริเวณอ่าวสิเกา โดยมีนายนันธวัช เจริญวรรณ นายอำเภอสิเกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยนายดิบบี้ คุ้มมั่น นายทุนชาวต่างชาติชี้แจงกับชาวบ้านในพื้นที่ว่าทางบริษัทไม่ได้ต้องการครอบ ครองพื้นที่ทางทะเลและขณะนี้เป็นเพียงแค่การทดลองเพาะเลี้ยงออกทุนค่าใช้ จ่ายรวมทั้งอุปกรณ์ให้ทุกขั้นตอน ชาวบ้านเพียงแค่ร่วมกันเพาะเลี้ยงเท่านั้นเมื่อสาหร่ายโตได้ 3 เดือน ก็สามารถเก็บมาขายให้กับทางบริษัทเพื่อส่งขายยังตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ ฝรั่งเศส ต้องการจะส่งออกสาหร่ายให้ติดอันดับ 1 ของโลกเนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ทางทะเลกว้างขวางขณะที่พื้นที่บ้านแหลม ไทรเอง ก็สามารถเลี้ยงสาหร่ายได้ดีเพราะพื้นล่างเป็นหิน และทราย เมื่อทดลองเพาะเลี้ยงแล้วหากไม่ได้ผลทางบริษัทก็ยินดีที่จะเลิกไป โดยที่ชาวบ้านไม่สูญเสียอะไร แถมยังได้รับค่าจ้างรายวันจากทางบริษัทด้วย
นายอรุณ วาราช หัวหน้าคนงานชาวไทย กล่าวถึงค่าจ้างที่ได้รับว่า ถ้าเป็นคนงานหญิงซึ่งทำหน้าที่พันสาหร่ายผูกติดกับเชือก จะมีรายได้วันละ 200 บาท ส่วนคนงานชายซึ่งทำหน้าที่ผูกเชือกกับจุดเพาะเลี้ยงจะมีรายได้วันละ 250 บาท และคนงานที่ดำน้ำลงไปใต้ทะเลเพื่อปักจุดวางทุ่นจะมีรายได้วันละ 400-450 บาท หากคนงานคนใดต้องใช้เรือไปเคลื่อนย้ายสาหร่ายด้วยก็จะได้รับค่าจ้างเช่าเรือ เพิ่มอีกวันละ 500 บาท ไม่รวมค่าน้ำมันจะมีรายได้เช่นนี้ทุกๆ วันด้วย ส่วนสาหร่ายที่ทางบริษัทให้ชาวประมงในพื้นที่เพาะเลี้ยงนั้น จะเป็นพันธุ์ Kappaphycus หรือใช้พันธุ์ Eucheuma เป็นสาหร่ายที่มีอยู่ตามธรรมชาติในเขตตำบลเขาไม้แก้ว อ.สิเกา ชาวบ้านทั่วไปจะเรียกชื่อว่า สาหร่ายสายไหม และอีกส่วนหนึ่งนายทุนจะสั่งสาหร่ายนำเข้ามาจากประเทศเวียดนาม

