เฟ้นหาควายงามหุ่นมาตรฐาน

หน่วยงานหลายฝ่ายเร่งสำรวจควายไทยรูปร่างงาม ตระเวนเฟ้นหากระบือเข้าเครื่องสแกนสามมิติ เก็บข้อมูลไซส์มาตรฐาน ตั้งเป้า 500 ตัวทั่วประเทศ เสร็จไปแล้ว 50% ด้านปราชญ์คัดสายพันธุ์ระบุควายพันธุ์ดีเหลือไม่ถึง 1% จาก 1.3 ล้านตัว

จากการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำโครงการศึกษามาตรฐานขนาดรูปร่างกระบือหรือควาย ไทย ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยว่าควายไทยมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ และอาจจะสูญพันธุ์ เนื่องจากปัจจุบันชาวนานิยมใช้เครื่องไถนาแทนควาย

ความคืบหน้าล่าสุด ส.พญ.ชลลดา บูรณกาล คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าคณะทำงานศึกษาไซส์มาตรฐานควายไทย เปิดเผยว่า การเก็บข้อมูลรูปร่างควายไทยได้อาศัยเทคโนโลยีการสแกนแบบสามมิติ โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เป็นฝ่ายพัฒนาเครื่องสแกนเพื่อประยุกต์ใช้สำหรับวัดขนาดรูปร่างควายโดยเฉพาะ ส่วนกรมปศุสัตว์ประสานกับปราชญ์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญเรื่องควาย และคัดเลือกควายพันธุ์ดีเข้าเครื่องสแกน โดยตั้งเป้าเก็บข้อมูลขนาดรูปร่างควายทั้งหมด 500 ตัวจากทั่วประเทศ ขณะนี้ได้ทำไปแล้ว 50% คาดว่าจะใช้เวลาอีก 4-5 เดือน หลังจากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลมาตรฐานขนาดควายไทยและวางแผนขยาย พันธุ์ต่อไป

ส.พญ.ชลลดากล่าวอีกว่า การทำงานของเครื่องสแกนควายแบบสามมิติสามารถหาขนาด รูปร่างได้อย่างละเอียดทุกสัดส่วน เช่น ใบหน้า ลำคอ ไหล่ ลำตัว ลักษณะเขา ตลอดจนท่วงท่าการเดิน โดยอาศัยหลักการวัดระยะทางหรือหาระยะความลึกของวัตถุจากภาพถ่ายแบบ สเตอริโอ โดยวัดตำแหน่งต่างๆ 20 จุด ครอบคลุมทั้ง 360 องศา จนได้ข้อมูลรูปทรงแบบสามมิติ ซึ่งการสแกนแบบนี้สามารถเก็บข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำสูง โดยมุ่งเน้นเก็บ ข้อมูลที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญกรมปศุสัตว์ระบุว่าเป็นพื้นที่ที่พบควายพันธุ์ดี มากกว่าพื้นที่อื่นๆ

"ที่ผ่านมามีการจัดประกวดควายสวยงามทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ แต่จากการสืบค้นและสอบถามข้อมูลปราชญ์ชาวบ้านด้านคัดพันธุ์กระบือ พบว่าเกณฑ์การพิจารณาความสวยงามของกระบือยังเป็นลักษณะนามธรรม โดยตัดสินความงามตามอุดมคติ ซึ่งต้องใช้ผู้ที่มีประสบการณ์มาประเมินจุดเด่น ทำให้การเผยแพร่ความรู้ก็ยังจำกัดเฉพาะนักวิชาการและปราชญ์ผู้รู้เท่านั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ด้านการคัดลักษณะกระบือที่สวยงาม เพื่อใช้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และใช้งานการเกษตร โดยนำฐานข้อมูลมาตรฐานขนาดรูปร่างควายไทยมาเผยแพร่ให้เกษตรกรได้ใช้เป็น ประโยชน์ต่อไป" หัวหน้าคณะทำงานศึกษามาตรฐานขนาดรูปร่างควายไทยกล่าว

นายสุพรชัย ฟ้ารี นักวิชาการด้านคัดสายพันธุ์กระบือ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ สุรินทร์ กรมปศุสัตว์ บอกว่า ปราชญ์ผู้รู้เรื่องควายไทยได้ประเมินขนาดรูปร่างควายที่สวยงามจากประสบการณ์ ในประเทศไทยมีผู้รู้เพียงไม่กี่คนและขาดผู้สืบทอด ขณะที่เกษตรกรมักจะเลี้ยงควายกันตามธรรมชาติ โดยไม่เน้นการคัดสายพันธุ์ให้มีลักษณะคงที่ ทำให้ควายที่มีรูปร่างสวยงามหายากมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากนับเฉพาะควายปลักในประเทศไทยมีประมาณ 1.3 ล้านตัว แต่น่าจะมีควายสวยงามไม่ถึง 1% ถือว่าน้อยมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคอีสาน เช่น อุบลราชธานี สุรินทร์ สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น เป็นต้น

"โครงการสแกนควายไทยได้มาเก็บข้อมูลจากศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ สุรินทร์ ไปแล้ว ควายที่มีขนาดรูปร่างสวยงามมีลักษณะสมส่วน มีลักษณะตรงตามพันธุ์ หน้าสั้น กระบาลกว้าง หัวนูนเล็กน้อย เขาทรงอุ้มบาตร เสมอกันทั้งสองข้างและโค้งเป็นเสี้ยงพระจันทร์ หลังและไหล่ตั้งตรงและกว้าง การเดินจะเห็นรอยเท้าหลังก้าวข้ามเท้าหน้า ทำให้เดินสง่างาม ปราดเปรียวและนิ่มนวล การใช้เครื่องสแกนควายตัวที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญจะทำให้ได้ขนาด รูปร่างที่เป็นมาตรฐาน และนำไปสู่การปรับปรุงสายพันธุ์ต่อไป" นายสุพรชัยกล่าว