นางสมจินต์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการอาวุโสและเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้นำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทยที่เป็นบริษัทจีนและเกาหลีในสหรัฐนิยมนำ เข้าข้าวปทุมธานีจากไทยในสัดส่วนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แทนการนำเข้าข้าวหอมมะลิทั้งหมด เนื่องจากมีราคาถูกกว่าข้าวหอมมะลิมาก แต่ยังมีป้ายสำแดงบนถุงบรรจุหีบห่อว่าเป็นข้าวหอมมะลิแท้ และข้าวดังกล่าวจะนิยมขายไปยังศูนย์บริการอาหาร(Food Ser- vice) เช่น ร้านอาหาร ร้านของชำในย่านที่ผู้บริโภคมีรายได้ไม่สูง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดถึงคุณภาพข้าว ดังนั้นผู้นำเข้าข้าวหอมมะลิแท้จึงต้องการให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาข้าวหอมมะลิ ปลอมปน หากผู้นำเข้าที่ต้องการข้าวราคาถูกที่ผสมข้าวปทุมธานี ควรจะมีมาตรการบังคับให้แจ้งบนถุงว่ามีสัดส่วนของข้าวหอมมะลิเท่าใดและข้าว ปทุมธานีเท่าใด และตรวจเข้มงวดและมีมาตรการลงโทษที่เด็ดขาด โดยเฉพาะห้ามมิให้ใช้ชื่อว่า "ข้าวหอมมะลิ Thai Jasmine Rice" หากสัดส่วนของข้าวหอมมะลิไม่ถึงตามที่กำหนด
"หากยังไม่มีมาตรการที่ เข้มงวดเรื่องคุณภาพในอนาคตจะทำให้ชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิต้องถูกทำลายไป และผู้บริโภคไม่มีความเชื่อถือในการบริโภคข้าวหอมมะลิที่เป็นสินค้าระดับ เยี่ยม เนื่องจากไม่รู้ว่าอันไหนเป็นของจริงของปลอม ยกเว้นบริษัทที่มียี่ห้อของตัวเองติดตลาดแล้วว่าเป็นของแท้เท่านั้นที่จะ อยู่ได้"นางสมจินต์ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าการผลิตข้าว Jazzman Rice ขึ้นมาทดแทนข้าวหอมมะลิไทยพบว่าขณะนี้เริ่มพัฒนาและวางจำหน่ายในสหรัฐอย่าง แพร่หลาย คาดปีนี้จะเก็บเกี่ยวได้ 1.2 หมื่นตัน และ 6.3 หมื่นตันในปี "54 หรือเทียบเท่ากับ 18% ของปริมาณการนำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทยในปี "51 และมีราคาถูกกว่าข้าวหอมมะลิจากไทยซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งข้าวไทยได้

