ห้วย หนอง คลอง บึง ล้วนเป็นแหล่งอาศัยของชนิดพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์มากมายหลายชนิด การถมพื้นที่เพื่อปลูกสร้างอาคารในบริเวณเหล่านั้นโดยขาดความตระหนัก ย่อมส่งผลให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ในภาพเป็นบึงน้ำจืดขนาดเล็กแห่งหนึ่งใจ จ.ชัยภูมิ
ป่าไม้ยังอยู่ภายใต้ความ ดูแลรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยตรง แต่ห้วย หนอง คลอง บึง และพื้นที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไปที่ไร้หน่วยงานไหนดูแลอาจถูกคุกคามและสูญ เสียความหลากหลายทางชีวภาพได้ทุกเวลาโดยที่เราอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์
"ที่ราบลุ่มภาคกลางเคยเป็นทุ่งหญ้าและป่าละเมาะที่เป็นถิ่นอาศัยของ "สมัน" ก่อนที่จะถูกบุกรุกแผ้วทางป่าเพื่อปรับเปลี่ยนทุ่งหญ้าเป็นทุ่งนา ที่อยู่ อาศัย และโรงงานอุตสาหกรรม จนทำให้สมันซึ่งเป็นสัตว์ถิ่นเดียวในประเทศไทยต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก" ดร.สิริกุล บรรพพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เผยถึงกรณีการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพครั้งสำคัญของประเทศไทยในอดีตหลายสิบปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความหลากหลายทางชีวภาพของไทยยังคงถูกคุกคามอย่างต่อในแม้ในปัจจุบัน ซึ่งมีหลายพื้นที่ที่ตกอยู่ในความเสี่ยง โดยเฉพาะแหล่งน้ำจืดต่างๆ ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ผู้อำนวยการสำนักความหลากหลายทางชีวภาพบอกว่า พื้นที่ป่ายังอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่ห้วย หนอง คลอง บึง กลับเป็นช่องว่างที่ยังไม่ได้รับการดูแลและปกป้องอย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมในบางพื้นที่
"คนส่วนใหญ่มองว่าห้วย หนอง คลอง บึงต่างๆ เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงมักมีการถมพื้นที่เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือพัฒนาโครงการต่างๆ โดยไม่ได้ตระหนักว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และสัตว์จำนวนมากมาย ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณนั้นถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย" ดร.สิริกุล เผยต่อทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ และสื่อมวลชน
เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นของ ไทยอย่างยั่งยืน สผ. จึงได้ดำเนินโครงการการจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพโดยร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสถาบันการศึกษา 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดร.สิริกุล ให้ข้อมูลว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพนั้นมีอยู่แล้ว โดยที่ต่างคนต่างทำงานและมีการเก็บข้อมูลกันไว้ แต่ต่อไปนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลจากแต่ละศูนย์จัดทำเป็นฐานข้อมูลของประเทศ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งในด้านการศึกษาวิจัย การติดตาม ตรวจสอบ และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการพัฒนา โครงการต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงโครงการที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
"การที่เรามีข้อมูลที่ดีจะนำไปสู่การวางแผนที่ดีในการกำหนดแนวทาง หรือมาตรการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพที่มีประสิทธิภาพต่อไป และการที่เรามีความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศ ทำให้เรามีวัตถุดิบตัวเลือกที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายเหมือนเรามี ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ แต่ถ้าเรามีความหลากหลายทางชีวภาพน้อย เราก็มีตัวเลือกน้อยหรืออาจไม่มีให้เลือกเลย ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ" ดร.สิริกุล กล่าวทิ้งท้าย

