ธ.ก.ส.จ่ายสินไหมประกันภัยข้าวโพดกว่า 4 ล้าน

ธ.ก.ส. ร่วม บริษัทประกันภัย มอบค่าสินไหมทดแทนกว่า 4 ล้านบาท แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ประสบภัยแล้ง ตามโครงการประกันภัยพืชผลโดยใช้ดัชนีภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธานในพิธีมอบค่าสินไหมทดแทนจำนวนกว่า 4 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในโครงการประกันภัยพืชผลโดยใช้ดัชนีภูมิ อากาศสำหรับการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายปราโมทย์ นนทะโคตร รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้แทนสำนักงาน คปภ. ร่วมเป็นสักขีพยาน

นาย ปราโมทย์ นนทะโคตร รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานโครงการประกันภัยพืชผลโดยใช้ดัชนีภูมิอากาศ สำหรับการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2553 ว่า ได้มีพื้นที่ทำประกันภัยทั้งหมด 7 จังหวัด ประกอบด้วย น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และนครราชสีมา มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3,194 ราย จำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่ทำประกันภัยจำนวน 60,688 ไร่ โดยเกษตรกรจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไร่ละ 100 บาท รวมเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปเป็นจำนวนเงิน 6,068,800 บาททั้งนี้หากผลผลิตได้รับความเสียหายจากปัญหาภัยแล้งโดยสิ้นเชิง เกษตรกรทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการ จะมีทุนประกันภัยสูงสุด 72,142,823 บาท การประกันภัยพืชผลในครั้งนี้มีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 7 บริษัท คือ ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย สินมั่นคงประกันภัย ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วิริยะประกันภัย นวกิจประกิจประกันภัย เทเวศประกันภัย และไทยรับประกันภัยต่อ

สำหรับเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และเข้าร่วมในโครงการ ประกันภัยพืชผลในเขตพื้นที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีจำนวน 863 ราย พื้นที่ที่ทำประกันจำนวน 16,614 ไร่ โดย เกษตรกรได้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไปทั้งสิ้น 1,661,400 บาท ซึ่งช่วงที่ผ่านมาปรากฎว่าดัชนีชี้วัดปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ดังกล่าว ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ถือเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ในช่วงระยะเวลาเพาะปลูกที่ 1 และระยะเวลาเพาะปลูกที่ 2 ดังนั้นเกษตรกรจึงได้รับเงินชดเชยในรูปของค่าสินไหมทดแทนจำนวน 4,326,452 บาท ซึ่งธ.ก.ส.และบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการได้จัดพิธีมอบค่าสินไหม ทดแทน โดยมีผู้แทนจากบริษัทไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จำกัด เป็นผู้มอบค่าสินไหมทดแทนให้กับตัวแทนเกษตรกรผู้ทำประกันภัยและประสบภัยใน ครั้งนี้

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า ปัญหาภาวะโลกร้อนในปัจจุบันส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วจนยากจะคาดเดา ซึ่งการทำประกันภัยพืชผล เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเพาะปลูกให้กับเกษตรกร เพราะหากเกิดผลกระทบจากภัยธรรมชาติดังกล่าวเกษตรกรก็จะมีเงินมาชดเชยความ เสียหายที่เกิดขึ้น และสามารถนำเงินดังกล่าวไปลงทุนเพาะปลูกใหม่ โดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาลงทุนอีก ถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาระและลดปัญหาด้านหนี้สินในภาพรวมของเกษตรกรได้