กานต์ดา บุญเถื่อน
พันธุ์ข้าวพื้นเมืองชุมพร ผ่านเทคโนโลยีปรับปรุงสายพันธุ์ กลายเป็นพันธุ์ข้าวลูกผสมที่ทนสภาพอากาศร้อน และพันธุ์ข้าวออแกนิค ให้ราคาดีผลผลิตสูง
ดร.ร่วมจิตร นกเขา สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพร และคณะ ประสบความสำเร็จในการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวไร่พื้นเมืองชุมพรที่ดีสุดสำหรับแปรรูปเป็นใบ ชา
ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากการวิจัยเก็บรวบรวมสายพันธุ์ข้าวไร่พันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ จังหวัดชุมพร เริ่มตั้งแต่ปี 2551 เก็บรวบรวมได้ถึง 9 สายพันธุ์ แบ่งเป็น ข้าวเจ้า 7 สายพันธุ์ ข้าวเหนียว 2 สายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ทนต่อสภาพแวดล้อมและพันธุ์ข้าวออร์ แกนิค
"จาก 9 สายพันธุ์ที่รวบรวมได้ในชุมพร เราคัดเลือกให้เหลือเพียง 1 สายพันธุ์ และนำมาปลูกให้มีอายุ 21-25 วัน ตัดเฉพาะยอดอ่อนคั่วแห้งชงดื่ม จากการส่งตรวจคุณค่าทางโภชนาการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่ามีคลอโรฟิลเอ คลอโรฟิลบี โททอลโปรตีน โททอลฟิโนลิก แคโรทีนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง เหมาะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตข้าว" ดร.ร่วมจิตรกล่าว
โครงการวิจัยเพิ่มมูลค่าข้าวไร่ท้องถิ่นด้วยการนำมาผลิต เป็นชาชงดื่ม ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงกระบวนการผลิต ที่ช่วยให้ใบชาสามารถคงสภาพทั้งสีและกลิ่นได้นานกว่า 1 เดือน เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรชาวนาในพื้นที่มีอาชีพเสริม
ส่วนโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่รวบรวมได้นั้น เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงทนต่อสภาพแวดล้อม สำหรับส่งคืนให้เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อลดโอกาสการสูญพันธุ์ของข้าวไร่ท้องถิ่นในอนาคต พร้อมทั้งขยายผลเก็บพันธุ์ข้าวไร่เพิ่มเติมจากพื้นที่ จ.สงขลาและพัทลุง ได้อีกกว่า 20 สายพันธุ์ เพื่อการวิจัยในลักษณะเดียวกัน
"เราศึกษาสายพันธุ์ข้าวทั้ง 9 สายพันธุ์ และปรับปรุงจนมีคุณภาพสูง จากนั้นนำกลับไปแจกจ่ายให้เกษตรกรปลูกขยายพันธุ์ในพื้นที่ ต.ชุมโค อ.ปะทิว ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ แต่ยังพบปัญหาเรื่องอากาศร้อน ทำให้ข้าวพันธุ์ผสมไม่ติดรวง ไม่ได้ผลผลิตในรุ่นแรกๆ จึงนำมาสู่การวิจัยโครงการต่อมา คือ การปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวทนร้อน และพันธุ์ข้าวออร์แกนิคที่ปลูกโดยไม่ใช้เคมีทางการเกษตร"
คณะวิจัยตั้งเป้าหมายที่จะปรับปรุงข้าวพันธุ์ทนร้อนให้ได้ 4 สายพันธุ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการวิจัยและน่าจะแล้วเสร็จในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนการปรับปรุงข้าวไร่สายพันธุ์ออร์แกนิค ตั้งเป้าให้ได้ 9 สายพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"โครงการวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างนักวิจัยในสถาบัน นักศึกษาปริญญาตรี และเกษตรกรในพื้นที่ อาศัยองค์ความรู้ท้องถิ่นประยุกต์กับองค์ความรู้ของทีมวิจัย
แต่อุปสรรคสำคัญในการวิจัยตอนนี้ คือ การขาดทุนวิจัยและเครื่องมือสนับสนุนการศึกษาวิจัย ทำให้การทำงานวิจัยเดินหน้าได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น สิ่งที่น่าน้อยใจอีกอย่างสำหรับวงการวิจัยไทย คือ การขอทุนวิจัยไทยทำได้ยากสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ทำให้งานวิจัยเดินได้ช้า หรือบางคนอาจท้อและล้มเลิกความคิดที่จะทำต่อได้" นักวิจัยกล่าว

