กระทรวงอุตฯ ชู 5 แนวทางหนุนอุตสาหกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อม สั่ง สศอ.-สถาบันยานยนต์ศึกษาภาษีรูปแบบใหม่ จูงใจค่ายรถยนต์ผลิตรถปล่อยมลพิษต่ำและใช้พลังงาน ด้านบีโอไอเร่งวางแนวทางอีโคทาวน์ จัดระเบียบโรงงานอยู่ร่วมชุมชน
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการสัมมนา หัวข้อ "สมดุลเศรษฐกิจ-โลก-สิ่งแวดล้อม" จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมถูกต่อต้านจากประชาชนค่อนข้างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องมีกลยุทธ์ให้มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืน โดยกำหนดมาตรการส่งเสริม 5 แนวทาง ได้แก่ 1.ส่งเสริมผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) 2. ผลักดันนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (อีโคทาวน์) 3.ส่งเสริมผลิตสินค้าสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม 4.จัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ และ 5.ส่งเสริมผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม
ในส่วนของการส่งเสริมรถยนต์ประหยัดพลังงานนั้น บริษัทรถยนต์บางรายต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับรูปแบบการผลิตที่เปลี่ยนไปในอนาคต จะมีการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานอื่น เช่น ไฮโดรเจน ซึ่งตนได้สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และสถาบันยานยนต์ ศึกษารูปแบบส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ในอนาคตให้เสร็จในปีนี้ โดยไม่จำกัดประเภทพลังงาน เหมือนการส่งเสริมรถยนต์อี 85 แต่การเก็บภาษีรถจะพิจารณาจากปริมาณการปล่อยมลพิษและปริมาณการใช้พลังงานของ รถเป็นหลัก
"เราไม่ได้ยกเลิกภาษีสรรพสามิตรถยนต์ แต่จะกำหนดสเปกรถยนต์ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ใหม่ในอนาคต และอัตราภาษีรถที่จะส่งเสริมอาจต่ำกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะนำผลศึกษาไปหารือกระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงาน เพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริม โดยในต่างประเทศเริ่มนำระบบภาษีดังกล่าวมาใช้จูงใจการดูแลสิ่งแวดล้อมแล้ว เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป" นายชัยวุฒิกล่าว
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ศึกษารูปแบบส่งเสริมการลงทุนนิคมฯ อีโคทาวน์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมที่มีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมกับ ชุมชน โดยให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ลงทุน แต่รอผลศึกษาว่า ผู้ลงทุนต้องมีกิจกรรมใดบ้าง อาจแตกต่างจากอีโคทาวน์ของญี่ปุ่นที่เน้นการรีไซเคิลเป็นหลัก แต่อีโคทาวน์ของไทยคงมองไปที่การป้องกันอุบัติภัย การจัดการมลพิษทางน้ำ อากาศและการจัดการขยะของเสียจากภาคอุตสาหกรรม
ด้านนายธานินทร์ ผะเอม ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช.กำลังร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสีเขียวและผลักดันอีโคทาวน์ เพื่อรองรับการพัฒนาภาคการผลิต บริการและชุมชนให้ยั่งยืน รวมถึงกำหนดแนวทางพัฒนาเมืองเชิงนิเวศมาบตาพุด ในระยะแรกจะประกาศเขตอีโคทาวน์ก่อน ซึ่งระยะเร่งด่วนจะนำข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย มาใช้ เช่น กำหนดระยะกันชนระหว่างโรงงานกับชุมชน กำหนดแผนพัฒนาผังเมือง

