มันสำปะหลัง-กากน้ำตาลขาดตลาด โรงงานเอทานอลต้องลดกำลังผลิตเหลือ 60% ส่วนโรงที่เปิดอยู่ต้องจัดสรรวัตถุดิบให้พอถึงปลายปี รอโรงงานน้ำตาลเปิดหีบกับผลผลิตมันฤดูใหม่ออกสู่ตลาด
นายสิริ วุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงสถานการณ์เอทานอลในปัจจุบันจากการประเมินปริมาณสต๊อกที่มีอยู่ประมาณ 250 ล้านลิตร น่าจะเพียงพอสำหรับความต้องการใช้ในช่วงไตรมาส 3 แต่ขึ้นอยู่กับเวลาการหีบอ้อยในปี 2553/54 จะมาเร็วหรือไม่ ถ้าโรงงานน้ำตาลเปิดหีบช้าก็จะทำให้กากน้ำตาล (โมลาส) ขาด แคลน ไม่มีวัตถุดิบผลิตเอทานอล
สต๊อกเอทานอลในปัจจุบันมีอยู่ 2 ส่วน คือสต๊อกของบริษัทน้ำมันมีจำนวน 100 ล้านลิตร กับสต๊อกของโรงงานผู้ผลิตเอทานอลอีก 150 ล้านลิตร ประกอบกับบางโรงที่ยังมีวัตถุดิบเหลืออยู่ก็ยังสามารถผลิตเอทานอลต่อไปได้ จากความต้องการใช้เอทานอลวันละ 1.2-1.3 ล้านลิตร สมาคมคาดว่าจะสามารถประคองสถานการณ์ไปได้ถึง 5 เดือน หรือประมาณเดือนธันวาคม 2553
สำหรับกากน้ำตาลหรือโมลาสในขณะนี้ "ไม่มีขายแล้ว" โรงงานเอทานอลที่ยังเปิดการผลิตอยู่ได้เพราะใช้สต๊อกโมลาสเก่าที่เหลืออยู่ ถ้าฝนตกชุกขึ้นโอกาสที่อ้อยจะฟื้น/ความหวานเหมาะสม เวลาการเปิดหีบอ้อยของโรงงานน้ำตาลไม่ขยายออกไป โมลาสก็จะมีออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี ส่วนราคามันสำปะหลัง จากปัญหาภัยแล้งและเพลี้ยแป้งระบาด พันธุ์มันเสียหาย ชาวไร่ ตื่นตระหนก รีบขุดมันขายทั้งที่เชื้อแป้งยังไม่ดีพอ ท่อนพันธุ์มันขาดแคลน ราคาหัวมันสดแพงขึ้นมาก ในส่วนนี้คงต้องใช้เวลาในการรอผลผลิตมันครอปหน้า
"โรงงานเอทานอลสามารถใช้หัวมันสดและมันเส้นในการผลิตได้ แต่ปัจจุบันราคา ปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก จากเดิมหัวมันสดราคากิโลกรัม 2 บาท ก็ปรับมาเป็น 3.20-4 บาท ราคามันเส้นเดิมราคากิโลกรัมละ 4 บาท ปรับมาเป็น 6.20 บาท โรงงานก็จำเป็นต้องผลิตตามออร์เดอร์ที่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้าไว้" นายสิริวุทธิ์กล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันมีโรงงานเอทานอลที่ดำเนินการ ผลิตแล้วทั้งสิ้น 17 โรง กำลังการผลิตรวมประมาณ 2.9 ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็นโรงงานที่ใช้โมลาสเป็นวัตถุดิบจำนวน 8 โรง โรงงานที่ใช้มันสำปะหลัง (หัวมัน/มันเส้น) จำนวน 5 โรง และโรงงานที่ใช้ทั้งโมลาสและมันสำปะหลัง 4 โรง เฉพาะในส่วนของโรงงานที่ใช้มันสำปะหลังขณะนี้หยุดผลิตเป็นการชั่วคราวไปแล้ว 1-2 โรง เนื่องจากไม่สามารถสู้ราคาหัวมัน/มันเส้นที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ซึ่งประเมินจากราคาเอทานอลปัจจุบันที่ลิตรละประมาณ 24 บาท ดังนั้นราคามันที่รับได้สูงสุดคือ หัวมันสดอยู่ที่ 2.66 บาท/กิโลกรัม กับมันเส้นไม่เกิน 6 บาท/กิโลกรัม
ด้านนายบุญเชิด สันทัดพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยง้วน เอทานอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล แต่จากการระบาดของเพลี้ยแป้งทำให้ผลผลิตมันเสียหายมาก ราคาแป้งมันปรับตัวสูง ราคามันเส้นสูงขึ้นตามไปด้วย บริษัทจึงจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง โดยบริษัทมีโรงงานเอทานอล 2 โรง คือโรงงานไทยง้วน จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิตวันละ 130,000 ลิตร ปรับลดเหลือ 60,000-80,000 ลิตร กับโรงงานไท่ผิง จังหวัดสระแก้ว กำลังการผลิตเต็มวันละ 150,000 ลิตร ปรับลดเหลือ 100,000 ลิตร
"ตั้งแต่ ผมทำธุรกิจผลิตเอทานอลมาตั้งแต่ปี 2548 ในปีนี้ถือว่าราคามันสำปะหลังแพงที่สุด บริษัทก็ต้องพิจารณาว่า จะรับซื้อในราคาที่เท่าใด คุ้มกับราคาขายและต้นทุนการผลิตหรือไม่ ขณะนี้โรงงานเราซื้อวัตถุดิบแค่ให้พอกับการผลิตตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าไว้ เราก็ได้แต่คาดว่าปีหน้าปัญหาจะคลี่คลายลงไป" นายบุญเชิดกล่าว
เดิมที บริษัทมีแผนที่จะลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตโรงงานไท่ผิงเพิ่มอีกประมาณ 150,000 ลิตร/วัน หรือเพิ่มจากเดิมเป็น 300,000 ลิตร/วัน แต่จากสถานการณ์วัตถุดิบที่แพงขึ้น ประกอบกับความไม่ชัดเจนของรัฐบาลในการสนับสนุนพลังงาน ทดแทน "เราอาจจะไม่ลงทุนในเร็ว ๆ นี้"
ขณะที่นายสมชาย โล่ห์วิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า โมลาสในตลาดไม่มีจำหน่ายแล้ว โรงงานใช้สต๊อกเดิมที่มีอยู่ผลิตเอทานอลจะมีพอไปถึงเดือนธันวาคม ไม่ต้องนำเข้า แต่จะต้องลดกำลังการผลิตลงเหลือ 60% ของกำลังผลิตเต็มที่ 120,000 ลิตร/วัน ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า จะมีการนำเข้าโมลาสมาใช้ในประเทศนั้น น่าจะเป็นในส่วนของกลุ่ม ผู้ผลิตแอลกอฮอล์สำหรับเครื่องดื่มมากกว่า
สำหรับบริษัทไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ มีการลงทุนเพิ่มอีก 1,400 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานเอทานอลแห่งใหม่ในพื้นที่อำเภอด่านช้าง กำลังการผลิตวันละ 200,000 ลิตร ใช้วัตถุดิบได้ทั้งโมลาสและมันเส้น

