ทส.หวั่นน้ำมันรั่วกระทบระบบนิเวศน์ทะเล

ผอ.สถาบันวิจัยฯทส.วิตกน้ำมันดีเซลขนาด 4หมื่นลิตรคว่ำห่างจากเกาะราชาใหญ่ประมาณ 3ไมล์ทะเลกระทบหอยมือเสือ-ปะการัง

นายวรรณเกียรติ ทับทิมแสง ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานกรณีเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลขนาด 4 หมื่นลิตรคว่ำห่างจากเกาะราชาใหญ่ประมาณ 3 ไมล์ทะเลแล้วแต่เนื่องจากมีคลื่นลมแรงมากทำให้การเข้าไปในจุดที่เรือล่มยัง เข้าไปไม่ได้ แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมลงพื้นที่ทันทีที่คลื่นลมสงบ เนื่องจากต้องเข้าไปเก็บสภาพน้ำและประเมินทิศทางการรั่วไหลของน้ำมันว่า กระทบกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลในวงกว้างหรือไม่

"บริเวณที่เรือน้ำมันล่ม อยู่ใกล้กับแนวปะการังที่สมบูรณ์รวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยมือเสือ ขนาดใหญ่ของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ซึ่งได้นำไปปล่อยไว้ 3 - 4 ปีแล้ว จึงเป็นห่วงว่าหากคลื่นลมพัดไปยังจุดที่มีแปลงหอยมือเสือและแนวปะการัง สารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนจากน้ำมันจะทำให้หอยมือเสือ ได้รับผลกระทบเจริญเติบโตช้าหรือตายได้ "

นายวรรณเกียรติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามถือว่ายังโชคดีที่เป็นแค่น้ำมันดีเซล ซึ่งถ้าเป็นน้ำมันดิบจะมีความหนืดมากกว่า และทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มาก เพราะน้ำมันดิบจะมีคราบที่สามารถพัดเข้าสู่ฝั่งและเก็บกู้ได้ยากกว่า ส่วนน้ำมันดีเซล อาจจะระเหยได้บางส่วนและไม่มีคราบน้ำมันปนเปื้อนบนผิวทะเล

สำหรับแนวปะการังที่เกาะราชาใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการฟอกขาว และพบส่วนเริ่มตาย ขณะนี้ หากมีน้ำมันปนเปื้อนจะทำให้ได้รับผลกระทบมากขึ้น และที่ผ่านมาในพื้นที่ดังกล่าว เกิดปัญหาปะการังฟอกขาว ทำให้จำเป็นต้องฟื้นฟูอย่างหนัก จึงเกรงว่า ปัญหาน้ำมันรั่ว อาจจะทำให้เกิดผลกระทบมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา ได้เตรียมงบประมาณ1.5 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในการศึกษาปัญหาปะการังฟอกขาวทั่วประเทศทั้งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อฟื้นฟุ

"ตอนนี้ยังไม่สามารรถเข้าไปในพื้นที่เรื่อล่มได้เพราะว่าคลื่นลมแรง แต่กรมเจ้าท่า และกองทัพเรือมีทีมเก็บกู้อยู่แล้ว แต่หลังจากคลื่นลมสงบ ก็จะส่งทีมลงไปสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจาก คราบน้ำมันอีกครั้ง" นายวรรณเกียรติ กล่าว