เชื่อมโยงเครือข่าย ตลาดข้าวสหกรณ์จากอีสานสู่ภาคใต้


30 Sep 2010

ประเทศในภูมิภาคเอเชียนิยมรับประทานข้าวเป็นอาหารประจำวันมากกว่าในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก การผลิตเพื่อบริโภคและการค้าข้าว ส่วนใหญ่จึงกระจุกตัวอยู่ในทวีปเอเชีย แต่ข้าวที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะใช้ในการบริโภค ภายในประเทศเป็นประการสำคัญ ทำให้มีข้าวเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นที่เข้าสู่ตลาดการค้าข้าวระหว่างประเทศ โดยประเทศที่มีบทบาทมากที่สุดในการส่งออกข้าว คือประเทศไทย รองลงมาคือ อินเดีย เวียดนาม จีนและพม่า ตามลำดับ

ประเทศไทยแม้สามารถผลิตข้าวได้ระดับต้น ๆ ของเอเชีย แต่ภาคใต้ของไทย มีพื้นที่ในการปลูกข้าวน้อยมาก ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชที่ทำรายได้ให้แก่ประชาชนภาคใต้ จึงทำให้ต้องสั่งซื้อข้าว เพื่อนำมาบริโภคโดยที่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางจึงทำให้ต้องบริโภคข้าวที่มีราคา แพงกว่าทุกภาคของประเทศ

เพื่อการช่วยเหลือในส่วนนี้ล่าสุดทาง สำนักพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการจัดโครงการเชื่อมโยงความร่วมมือตลาดข้าวสารระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิต ข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับเครือข่ายสหกรณ์ผู้บริโภคใน เขตจังหวัดภาคใต้ขึ้น ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจข้าวสารสหกรณ์แบบเครือข่าย รวมทั้งขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าข้าวสารสหกรณ์ให้สามารถกระจายลงใน พื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก และเพิ่ม ช่องทางตลาดได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

ซึ่งเมื่อวันที่ 13-15 กันยายน ที่ผ่านมา ทางสำนักพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ นำโดย นายชาญชัย นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมพัฒนาธุรกิจด้านพืชและผลิตภัณฑ์ ได้นำผู้แทนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จากจังหวัดภาคใต้ 18 แห่ง ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตรโคกโพธิ์ จำกัด, สหกรณ์การเกษตรปานาเระ จำกัด จังหวัดปัตตานี สหกรณ์การเกษตรเมืองนราธิวาส จำกัด จังหวัดนราธิวาส สหกรณ์การเกษตรพนมวังค์ จำกัด, สหกรณ์การเกษตรตะโหมด จำกัด, สหกรณ์การเกษตรปากพะยูน จำกัด, สหกรณ์การเกษตรเขาชัยสน จำกัด, กลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด จังหวัดพัทลุง

สหกรณ์กรปกกลาง นพก สตูล จำกัด, สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง จำกัด, สหกรณ์การเกษตรท่าแพ จำกัด, สหกรณ์การเกษตร ทุ่งหว้า จำกัด, สหกรณ์การเกษตรละงู จำกัด จังหวัดสตูล สหกรณ์การเกษตรนาทวี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรสิงหนคร จำกัด จังหวัดสงขลา สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด, สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด, สหกรณ์ การเกษตรเมืองตรัง จำกัด จังหวัดตรัง และร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด เดินทางไปศึกษา ดูงานการทำธุรกิจข้าวสารของสหกรณ์ผู้ผลิต ที่เป็นคู่ค้าสำคัญและอยู่ในเครือข่ายตลาดข้าวสารสหกรณ์เขตจังหวัดภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ คือ สหกรณ์การเกษตรปราสาท จำกัด จังหวัดสุรินทร์ ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ซึ่งเป็นสินค้ามาตรฐานสหกรณ์ และได้รับการคัดสรรสุดยอด หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสหกรณ์การเกษตรโนนสูง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่ผลิตข้าวสารเจ้า 5% ที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของประเทศ

นายพรัด แก้วรุ่งฟ้า หัวหน้าการตลาด สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด จังหวัดตรัง กล่าวถึงการจัดโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดข้าวสารสหกรณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสดีที่ได้มาศึกษาธุรกิจตรงนี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำธุรกิจร่วมกัน หากทุกคนมีความเชื่อมั่น และมีความจริงใจต่อกันก็เชื่อว่าการเชื่อมโยงตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ และจากที่กรม ส่งเสริมสหกรณ์เป็นตัวกลางในการประสานงานให้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้มีมากขึ้น

ทางด้าน นางสาวสุชินี เด่นสันติกุล ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองนราธิวาส จำกัด จังหวัดนราธิวาส ให้ความเห็นว่า โครงการนี้จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์ทางภาคอีสานกับภาคใต้ได้ เช่น ถ้าสหกรณ์ การเกษตรเมืองนราธิวาส จำกัด มีผลผลิต ผลไม้ลองกอง อาจจะมีการนำมาแลกเปลี่ยนระหว่างข้าวสารกับลองกอง ซึ่งพื้นที่นราธิวาส มีการปลูกข้าวน้อย ที่ปลูกก็ไม่มีการผลิตเพื่อจำหน่าย จะเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนเพียงเท่านั้น เพราะอาชีพหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นยางพารา รองลงมาคือเรื่องของผลไม้

มีความสนใจที่จะทำธุรกิจข้าวสารเพราะมีข้าวสารบางชนิดน่าจะนำไปจำหน่ายใน พื้นที่นราธิวาสได้เกษตรกรในพื้นที่นราธิวาสส่วนใหญ่ จะกินข้าวแข็ง ซึ่งปัจจุบันนี้สหกรณ์ จะซื้อข้าวสารจากพ่อค้ายี่ปั๊วในท้อง ถิ่น และรอบนอกที่จังหวัดยะลา โดยส่วนใหญ่จะซื้อเป็นเงินสด เพราะต้องการของที่มีราคาถูก เพื่อนำมาปล่อยเชื่อให้กับสมาชิกต่อไป

ตัวแทนสหกรณ์ในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 18 แห่งที่เดินทางมาดูงานในครั้งนี้ได้มีการสั่งซื้อข้าวสารเพื่อนำไปจำหน่าย ให้สมาชิกและประชาชนในพื้นที่ภาคใต้บริโภคมากถึง 200 ตันต่อเดือน นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่เอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้มีโอกาส เข้าถึงผลผลิตที่ตนไม่สามารถเพาะปลูกได้ ได้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมและเป็นการเพิ่มช่องทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้ มากขึ้นอีกด้วย

หมวดหมู่ของข่าว: