อัดสูตรทำโลกร้อนรังแกคนจน-30คดี 17ล้าน

"ธีรยุทธ-เดชรัตน์"ชี้สูตรคำนวนค่าโลกร้อนรังแกคนจน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯเผยรายย่อยโดนฟ้องแพ่ง-อาญารุกป่า 131คดี 500คน คดีโลกร้อน 30คน17ล้าน

จากเวทีสัมมนาวิชาการ "การคิดค่าเสียหายคดีความโลกร้อน : นัยทางวิชาการและกระบวนการยุติธรรม" จัดโดยเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย(คปท.) มีชาวบ้านที่ถูกผลกระทบจาก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) คิดค่าเสียหายทางแพ่งข้อหาทำโลกร้อนกว่า 100 คนเข้าร่วม

นายธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวปาฐถกาตอนหนึ่งว่า จากการติดตามวิธีการคิดค่าเสียหายทางแพ่ง หรือฟ้องเกษตรกรในข้อหาโลกร้อน ไม่ได้ใช้หลักของวิทยาศาสตร์และสังคมมาใช้ เนื่องจากรัฐมองข้ามต้นตอ และมองรากเหง้าเดิมของปัญหา ซึ่งเกิดจากอำนาจในสังคมที่ไม่สมดุลและไม่เป็นธรรม ที่มีสาเหตุจากการพัฒนา ทำให้คนจนเป็นเหยื่อของกระบวนการพัฒนาที่เกิดขึ้น

ขณะที่รัฐก็เป็นเหยื่อของความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ คือยอมรับการพัฒนาจากโลกตะวันตกโดยไม่ได้นำปรับใช้ให้สอดคล้องกับแต่ละสังคม ซึ่งไม่เพียงแต่ปัญหาการรุกป่าแก้ไม่จบ แต่ยังรวมถึงปัญหาในสังคมเมือง สลัม ทุนนิยม ดังนั้นตราบใดรัฐยังกระจายอำนาจไม่เต็มที่ก็จะเกิดปัญหา นำมาสู่การปฎิรูปประเทศที่ต้องมองปัญหาด้วยความเข้าใจปัญหาร่วมกัน

"ส่วนเกณฑ์เรียกค่าเสียหายคดีโลกร้อน ที่ครอบคลุมแค่เรื่องดิน น้ำ ต้นไม้ โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนขึ้น โดยนำไปเทียบกับการใช้เครื่องปรับอากาศมาหารว่าจะทำให้อากาศเย็นลงเท่ากับมี ป่านั้น ไม่รู้ใช้หลักการอะไรมาคิด แต่เข้าใจว่าเป็นวิธีคิดแบบตั้งใจโง่มากกว่า เพราะแม้แต่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ยังมองไม่ออกเลยออกมาแบบนี้ได้อย่างไร เขาควรต้องมีรายละเอียดและทำการบ้านมากกว่านี้"

นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีวิธีคิดอีกหลายสิ่งที่ราชการจะมองอย่างเข้าใจถึงความ ยุติธรรมเชิงประวัติศาสตร์ เชิงสังคม เชิงเศรษฐกิจ และเอาสภาพความเป็นอยู่ขณะปัจจุบันมาพิจารณา เพราะถ้าเกษตรกรที่ทำไร่เล็กๆ ยังเป็นผู้ก่อโลกร้อน คนในสังคมทุกภาคส่วนก็ต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งในข้อเท็จจริงแม้แต่กติกาโลกที่บังคับใช้ จีนเองก็ไม่ยอมรับ เพราะถือว่าชาติตะวันตกพัฒนาอุตสาหกรรมานานแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบก่อน

"ส่วนตัวผมไม่ได้สนับสนุนให้ประชาชนรุก ป่า แต่รัฐต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนถูกต้อง พิจารณาที่ต้นตอของปัญหา เพราะปัญหาคนจนล้วนแล้วแต่เกิดจากความผิดพลาดจากกระบวนการพัฒนา ทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดข้อมูลปัญหาต่างๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเปิดแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์ชุดใหญ่อีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ ต้องให้โอกาสคณะกรรมการทำงานและมีความคืบหน้าสักระยะหนึ่งก่อน จึงจะวิพากษ์ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่ามีคนเรียกร้องให้แสดงความเห็นค่อนข้างมาก แต่ผมขอรวบรวมข้อมูลอีกสักพักหนึ่งก่อน" นายธีรยุทธ กล่าว

น.ส.บัณฑิตา อย่างดี จากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย(คปท.) กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลคดีความล่าสุดในปี 2553 โดยทีมทนายความของเครือข่ายฯ พบสมาชิกถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าของรัฐ ครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งหมด 131 คดี จำนวน 500 รายจากทั่วประเทศ และจำแนกสมาชิกที่ถูกดำเนินคดีความทางแพ่ง ตามมาตรา 97 ของกฎหมายสิ่งแวดล้อม 2535 หรือข้อหาทำให้โลกร้อน รวม 30 รายมูลค่าความเสียหายรวม 17 ล้านบาท

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการบังคับคดี 1 ราย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ชำระค่าเสียหาย 1 รายและกำลังจะขึ้นศาลเพื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 3-6 ส.ค.นี้รวม 16 ราย ซึ่งคปท.เห็นว่ากรมอุทยานฯ เลือกฟ้องเฉพาะเกษตรกรรายย่อย และไม่มีวิธีการคิดค่าเสียหายที่ไม่เป็นธรรม

ด้าน นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การจัดทำแบบจำลองการคิดมูลค่าความเสียหายของกรมอุทยานฯ เป็นการใช้เศรษฐศาสตร์ที่ไร้เศรษฐธรรม กล่าวคือมีการคิดค่าเสียหายแบบเลือกปฏิบัติกับเกษตรกรรายย่อย ไม่ได้คิดกับนายทุนที่ครอบครองที่ดินจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังคิดค่าเสียหายเฉพาะส่วนที่มีการใช้ที่ดินสำหรับเพาะปลูกพืชไร่ แต่ขาดมองวิถีชีวิตโดยรวม เช่น พื้นที่บ้านห้วยกณฑา ชาวบ้านดูแลป่า 5 พันไร่ แต่ถูกจับเพราะปลูกข้าวโพด 5 ไร่เป็นต้น ตนมองว่าเป็นการใช้เทคนิคทางกฎหมาย ที่สำคัญไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานการสำรวจข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ เนื่องจากมีการสร้างแบบประเมินค่าเสียหายเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปไว้แล้ว เพียงแค่กรอกข้อมูลเข้าไป ทั้งนี้ในภาพรวมถือว่าเป็นข้อบกพร่องและขาดความสมบูรณ์ทางเทคนิควิชาการ และเป็นการเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้กรมอุทยานต้องยกเลิกแบบจำลองนี้