สหภาพยุโรป (อียู) ตกลงจะเปิดเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับเวียดนาม ชาติเศรษฐกิจน้องใหม่มาแรงของเอเชียในเร็วๆ แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน
นายคาเรล เดอ กุคต์ คณะกรรมาธิการการค้าของอียูซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 27 ชาติ เปิดเผยเรื่องนี้หลังเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเหงียน ตัน ดุง ของเวียดนาม ที่กรุงฮานอย เมื่อวันอังคาร คณะกรรมาธิการการค้าอียูบอกว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังทำงานร่วมกันตระเตรียมการสำหรับการเจรจาอย่างเป็นทางการที่ กำลังจะมีขึ้น แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน
"ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมาธิการจะต้องหารือกับสภาและคณะมนตรีอียูก่อนจะไปถึงการเจรจา ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นระหว่างอียูและเวียดนาม" เขากล่าวต่อ
ปัจจุบัน เวียดนามถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 5 ของสหภาพยุโรปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2551 สูงถึงเกือบ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วง 4 ปีก่อนหน้านั้น 12% ขณะที่อียูเองก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่อัน 2 ของเวียดนาม ปีๆ หนึ่งส่งสินค้าขายเวียดนามคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ นักธุรกิจจากยุโรปยังเข้าไปลงทุนในเวียดนามกว่า 1,000 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนราว 13,300 ล้านดอลลาร์
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเวียดนามยังถือเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จจากการหันไปใช้ นโยบายเปิดตลาดการค้า และอ้าแขนรับการลงทุนต่างชาติ ช่วยให้ประชาชนหลายล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนได้สำเร็จ
ทุกวันนี้เวียดนามเป็นหนึ่งในสมาชิกสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วและร้อนแรงที่สุด ด้วยอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เฉลี่ยที่เกือบ 8% ในช่วงปี 2547-2551 แม้ในยามเศรษฐกิจโลกซบเซา จีดีพีเวียดนามก็โตต่อเนื่องที่เกือบ 5%

