เศรษฐกิจการเกษตรในรอบครึ่งปี 53

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรครึ่งปีแรก 2553 ว่า จะขยายตัวประมาณร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 มีปัญหาความแปรปรวนของสภาพอากาศ ฝนทิ้งช่วง ก่อให้เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึง ปัญหาศัตรูพืชและโรคระบาด ส่งผลให้การผลิตพืชส่วนใหญ่มีทิศทางลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ ผ่านมา โดยเฉพาะผลผลิตมันสำปะหลังลดลงประมาณร้อยละ 26.0 จากปัญหาการระบาดของเพลี้ยแป้ง สีชมพู ขณะที่ผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความต้องการ ของตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และแรงจูงใจทางด้านราคา

สำหรับการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง ยางพารา น้ำมันปาล์ม และน้ำตาล จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ทำให้ความต้องการสินค้าของตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การผลิต สาขาพืช ในครึ่งปีแรกของปี 2553 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 ด้านสาขาปศุสัตว์ ในครึ่งแรกของ ปี 2553 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีและไม่ปรากฏการระบาดของโรคใด ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อการผลิตและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นสอดคล้องตามแผนการผลิตของผู้ผลิต สำหรับการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ ปริมาณการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไก่และผลิตภัณฑ์ แต่เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกกลับมีแนวโน้ม ลดลง เนื่องจากการแข่งขันทางด้านราคา

สาขาประมงในช่วงครึ่งแรกปี 2553 ขยายตัวค่อนข้างดีที่ร้อยละ 3.3 สำหรับราคาภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการวัตถุดิบแปรรูป เพื่อการส่งออก ส่วนกุ้งเพาะเลี้ยงมีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกุ้งเพาะเลี้ยงในภาคใต้ซึ่งมีสัดส่วนเพาะเลี้ยงมากกว่าร้อยละ 60 ของประเทศขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 18.9

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2553 มีการระบาดของโรคตัวแดงดวงขาวในกุ้ง ทำให้เกษตรกรเร่งจับกุ้งเร็วกว่ากำหนดเพื่อป้องกันความเสียหาย ส่งผลให้ปริมาณกุ้งออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีแรกเป็นจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่เป็น กุ้งขนาดเล็ก ส่วนประมงน้ำจืดมีผลผลิตเพิ่มขึ้น จากการส่งเสริมการผลิตของหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะ ปลานิล ปลายี่สก และ ปลานวล จันทร์ ส่วนสาขาป่าไม้และ สาขาบริการ ทางการ เกษตรในช่วงครึ่งแรกของ ปี 2553 คาดว่าจะขยายตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คือ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.19 และ 1.11 ตามลำดับ

และจากการวิเคราะห์ภาพรวมในแต่ละสาขา พบว่าทั้งปี 2553 ของสาขาพืช คาดว่าจะขยายตัวได้ ในช่วงร้อยละ 2.0-3.0 เนื่องจากสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิดในช่วงครึ่งปีหลังจะมีทิศทาง ที่ดีขึ้น ได้แก่ อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน สำหรับผลผลิตที่ลดลง ได้แก่ ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง และข้าว ผลผลิตข้าวลดลง จากการปรับเลื่อนการเพาะปลูกข้าวนาปี ออกไปในเขตโครงการชลประทานทุกโครงการที่รับน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อน สิริกิติ์ในภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงในเขตโครงการ ชลประทานเจ้าพระ ยาใหญ่ ทำให้ปริมาณ ข้าวนาปีที่ออก มากในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมไปสะสมมากขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2554 สำหรับด้านราคาพืชที่สำคัญส่วนใหญ่ เช่น มันสำปะหลัง อ้อยโรงงานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน คาดว่าจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี เช่นเดียวกับการส่งออกที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามความต้องการของตลาดโลก.

tidtangkaset@dailynews.co.th