ยางพารา...เสาหลักปั๊มรายได้ "กำลังซื้อ" สะพัดธุรกิจหนองคาย

ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่ถือว่าราคาดีที่สุดในตอนนี้ ภาคอีสานก็มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมากเกิน 1 ล้านไร่แล้ว "หนองคาย" เป็น จังหวัดที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดในภาคอีสาน ล่าสุดมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ 801,878 ไร่ เกษตรกรจำนวน 47,357 ครัวเรือน แบ่งเป็นสวนยางในโครงการ 601,617 ไร่ และสวนยางที่เกษตรกร ปลูกเองอีก 200,261 ไร่

ขณะนี้สามารถเปิดกรีดได้แล้ว 225,046 ไร่ พื้นที่มีการปลูกยางมากที่สุด คือพื้นที่อำเภอบึงกาฬ ประมาณ 162,677 ไร่ รองลงมา คืออำเภอเซกา 103,656 ไร่ และอำเภอโซ่พิสัย 85,887 ไร่

จังหวัด หนองคายได้รับการส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าพื้นที่ปลูกยางพาราไว้ที่ 1 ล้านไร่ ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีปัจจัยที่เอื้อหลายปัจจัย เช่น การเปิดศูนย์เรียนรู้ยางพารา โดยมีส่วนร่วมของเกษตรกร และการเปิดตลาดกลางยางพาราหนองคาย ที่ศูนย์วิจัยยางหนองคาย อำเภอรัตนวาปี ขณะที่ภาคเอกชนก็ได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตยางแผ่นขนาดใหญ่แล้วถึง 3 โรงงาน

นอก จากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายก็ให้การสนับสนุนการปลูกยางพารา โดยร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย จัดหลักสูตรให้นักเรียนระดับชั้น ม.1- 6 ได้เรียนรู้ถึงหลักวิชาการปลูกยางพาราที่ถูกต้อง

นายสมหมาย แก้วมณี เจ้าพนักงาน การเกษตรชำนาญงาน สำนักงานเกษตรอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ อ.โซ่พิสัย 80,000 ไร่เศษ สามารถกรีดได้แล้ว 20,000 กว่าไร่ ทำรายได้เข้าอำเภอไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท/ปี ที่สำคัญ คือไม่มีปัญหาในเรื่องของราคาและตลาด เพราะมีพ่อค้ามาซื้อถึงในพื้นที่เกษตรกร บางหมู่บ้านก็รวมกลุ่มกันขาย ทำให้ได้ราคาที่สูง

จากการสำรวจพบว่ามีพื้นที่เหมาะสมกับการปลูก ยางพาราใน อ.โซ่พิสัย ประมาณ 2 แสนไร่ ส่วนอำเภออื่น ๆ นั้นก็ใกล้เคียงกัน หากส่งเสริมได้ครบตามเป้า จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งผู้ปลูกและผู้ที่รับจ้างกรีด สามารถแก้ไขปัญหา ความยากจนได้อย่างถาวร นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่เพิ่มขึ้น มีฝนตกตามฤดูกาล

ทิศ ทางนี้สอดคล้องกับข้อมูลภาวะเศรษฐกิจจังหวัดหนองคาย โดย นางบรรจง รัตนพราหมณ์ คลังจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดหนองคาย ปี 2551 มีมูลค่า 35,999 ล้านบาท รายได้ต่อหัวประชากร 37,354 บาท/ปี โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดหนองคาย ขึ้นอยู่กับภาคการเกษตรถึง 25.58% การขายส่งขายปลีก 21.31% การศึกษา 11.93% ภาคอุตสาหกรรม 10.13% การบริหารราชการ 60.62% และอื่น ๆ 24.43% อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัว 2.44%

ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย. 53 ภาคการเกษตรขยายตัวถึง 120.85% เป็นผลมาจากปริมาณผลผลิตยางพาราที่เพิ่มขึ้นมากถึง 1,502.55% และราคายางสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนเดือน พ.ค. 53 ภาคการเกษตรขยายตัว 62.86% จากปริมาณผลผลิตยางพารา ที่เพิ่มขึ้น 735.52%

นอกจากยางพาราจะ เป็นตัวสร้างรายได้และเพิ่มกำลังซื้อสำคัญเข้าจังหวัดหนองคายแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่ง "ผลิตกล้ายาง" ป้อนตลาดในประเทศและส่งออกไป สปป.ลาว เวียดนาม และจีนด้วย

นายณัฐพงษ์ แก้วมณี เจ้าของสวนเกษตรแจ็ค ในอำเภอโซ่พิสัย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกล้ายางที่ได้มาตรฐานรับรองจากกรมวิชาการเกษตรแหล่งใหญ่ 1 ใน 6 แห่ง ของจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการขยายพื้นที่ปลูกยางพารากันมาก เนื่องจากยางพารามีราคาดี โดยมีการปรับพื้นที่นาดอนมาปลูกยางกันเกือบทั้งหมด ทำให้กล้าพันธุ์ยางขาดตลาด และมีราคาสูงขึ้นจากเดิมต้นละ 15-20 บาท เป็น 25-35 บาท แต่ขณะนี้สูงถึง 40 บาท ก็หาซื้อไม่ได้ ในส่วนของตนนั้น ผลิตกล้าพันธุ์ยางได้ปีละประมาณ 5 แสนกล้า ก็จำหน่ายหมดทุกปี เกษตรกรที่ต้องการกล้าพันธุ์ยาง ต้องสั่งจองไว้ข้ามปี

จากข้อมูลดัง กล่าวชี้ชัดว่า ยางพารากลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตสดใสของหนองคายและภาคอีสาน รวมทั้งภาคเหนือ เม็ดเงินที่สะพัดไปสู่การจับจ่ายใช้สอยในระยะนี้ ส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายยางพาราแทบทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ผลสืบเนื่องที่ทางการต้องรับมือให้ดี ก็คือมีการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก มีกลุ่มทุนจาก ภาคใต้และกลุ่มทุนภาคการเกษตรรายใหญ่เข้ามากว้านซื้อที่ดินในจังหวัดหนองคาย กันอย่างคึกคัก ราคาที่ดินเปล่าอยู่ที่ไร่ละ 25,000-60,000 บาท ที่ดินที่มีการปลูกยางพาราไว้อายุ 1 ปี ราคาสูงขึ้นเป็นไร่ละ 85,000-120,000 บาท

ที่สำคัญ ยังพบว่ามีราษฎรส่วนหนึ่งบุกรุกป่า เพื่อเข้าไปปลูกยางพารา แล้วเปลี่ยนมือขายต่อให้กับกลุ่มนายทุน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าพรานพร้าว-แก้งไก่ ในเขตอำเภอสังคม ซึ่งผู้ว่าฯหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าไป แก้ไขอยู่

ดังนั้น หากไม่มีการควบคุม ตรวจสอบจริงจัง หรือมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ปัญหาการบุกรุกยึดครองป่าสงวนแห่งชาติและที่สาธารณะก็จะขยายวงมากขึ้น ศึกการแย่งชิงทรัพยากรที่ดินก็จะระเบิดขึ้นอย่างแน่นอน