สธ.ออกประกาศคุ้มครองสมุนไพรหายากจาก4แหล่ง

กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศคุ้มครองสมุนไพรหายากจากพื้นที่ 4 แห่ง เผยป่าถูกทำลายทำสมุนไพรไทยกว่า 100 ชนิดมีแนวโน้มหมดในอนาคต

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้ลงนามในประกาศกระทรวง เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เรื่องแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ (ระยะสั้น) พ.ศ.2553-2555 ตามมาตรา 57 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยพ.ศ.2542 ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553

แผนการจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพนจะดำเนินการในพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 2.พื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 3.พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี และ 4.พื้นที่ป่าเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา

"สมุนไพรไทยส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดมาจากป่าไม้ ซึ่งปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเหลือประมาณ 99 ล้านไร่ ทำให้ระบบนิเวศเกิดการเปลี่ยนแปลง มีผลให้พืชสมุนไพรบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งยังประสบปัญหาการลักลอบเข้าไปเก็บสมุนไพรอย่างผิดกฎหมาย ประมาณการว่าประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนท้องถิ่นมีองค์ความรู้ สามารถนำมาใช้เป็นอาหารและยาสมุนไพรประมาณ 800-1,800 ชนิด หรือ 15% ของพันธุ์พืชที่มีอยู่ในประเทศทั้งหมด"นายจุรินทร์กล่าว

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่าสมุนไพรไทยมากกว่า 100 ชนิด มีแนวโน้มจะหมดในอนาคต จึงต้องเร่งปกป้องเพื่อรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ คงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพรใน พื้นที่เขตอนุรักษ์ และเกิดการใช้สมุนไพรอย่างยั่งยืน

สำหรับรายละเอียดแผนการคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ 3 ปี ประกอบด้วย 4 แผนงานได้แก่ 1. การกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ฯ 2.แผนประสานความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและชุมชน 3.แผนงานสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร 4.แผนติดตามประเมินผล เพื่อลดภาวะคุกคามที่มีผลกระทบต่อสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร โดยใช้งบดำเนินการจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จำนวน 9 ล้านบาท