ายวัลลภ พิชญ์พงศา เลขาธิการสมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย กล่าวว่า จากการตื่นตัวของเกษตรอินทรีย์ ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทำให้ไทยจำเป็นต้องมีการพัฒนาแบบบูรณาการ โดยชุมชนจะมีบทบาทสำคัญ ซึ่งขณะนี้พบว่ามี 20 จังหวัด ที่ทำแผนที่เกษตรอินทรีย์ เพื่อระบุแหล่งผลิตและจำหน่ายแล้ว ทั้งนี้ เมืองต้นแบบเกษตรอินทรีย์จะใช้พื้นที่ที่เกาะพะงัน
ด้านนางพิมพาพรรณ ชาญศิลป์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ความสำคัญของเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนแล้ว ยังเป็นแนวโน้มตลาดของการบริโภคในอนาคตอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่
สำหรับโอกาสของไทยในตลาดเกษตรอินทรีย์ยังมีช่องทางอีกมาก ซึ่งสินค้าที่โดดเด่นของไทยคือ กลุ่มอาหาร ส่วนอนาคตนั้น ไทยต้องเร่งสร้างศักยภาพในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่อาหารด้วย

