ลุ้นศาลปลดล็อกมาบตาพุด-5ด.เดินเครื่อง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการในมาบตาพุดทั้ง 76 โครงการ หลังจากที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบประกาศกิจการรุนแรง 11 ประเภทว่า ผู้ประกอบการทั้ง 76 รายยืนยันว่า แม้จะไม่ได้อยู่ในประเภทกิจการรุนแรงพร้อมที่จะทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ใหม่(อีไอเอ)รวมถึงผลกระทบด้านสุขภาพ(เอชไอเอ) ด้วย ส่วนโครงการใดจะสามารถเปิดดำเนินการได้นั้นคงต้องรอคำสั่งของศาลปกครองกลาง โดยในวันที่ 26 ส.ค. ทางอัยการจะนำข้อมูลในกรณีที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศเป็น กิจการรุนแรงออกมาแล้วยื่นไปยังศาล เนื่องจากศาลนัดไต่สวนคดีมาบตาพุด

ด้าน นายบวร วงศ์สินอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสปฏิบัติการ บมจ. ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น กล่าวว่า เอกชนคงต้องติดตามดูว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะประกาศ ประเภทกิจการรุนแรงออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ พร้อมทั้งรอคำสั่งและคำตัดสินของศาล และยังไม่มีโครงการใดสามารถเปิดดำเนินการได้หากศาลไม่มี คำสั่งออกมา ส่วนการคัดค้านมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในเรื่องประกาศกิจการรุนแรงนั้น คนที่ค้านเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และกว่าจะออกมาเป็น 11 ประเภทนี้หารือกันมาจากคณะกรรมการ 4 ฝ่ายหลายเดือน

นาย พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถประกาศ 11 กิจการรุนแรงออกมาเร็ว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ โครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองจะช่วยให้มีข้อมูลที่ชัดเจนมาก ขึ้นว่า อยู่ในประเภทใดสามารถนำข้อมูลเสนอต่อศาลเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการลงทุนมาบตาพุดอาจต้องใช้เวลาอีก 5-6 เดือน จึงจะสามารถประกอบกิจการได้

ส่วนกรณีที่กลุ่มเอ็นจีโอ จะฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อระงับมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินั้น ถือเป็นความคิดเห็นของแต่ละบุคคล ประเภทกิจการรุนแรงที่ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมมีมติออกมานั้น ถือว่ามีความเหมาะสมและได้มีการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดีแล้ว และอยากให้การลงทุนของประเทศเดินหน้าต่อไปได้