นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมติของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อวันที่ 21ธันวาคม 2552 ซึ่งเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติในการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรเรื่องที่ดินทำกิน โดยส.ป.ก.ได้มอบหมายให้ส.ป.ก.จังหวัดทั้ง 69 จังหวัด ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้กลุ่มเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินมาขึ้นทะเบียนเพื่อ แสดงเจตนารมณ์ว่ายังไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง
ขณะนี้มีเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินมาขึ้นทะเบียน จำนวน 17จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เกษตรกร 346 ราย จังหวัดเพชรบูรณ์ เกษตรกร 197 ราย จังหวัดนครสวรรค์ เกษตรกร 482 ราย จังหวัดกำแพงเพชร เกษตรกร 151 ราย จังหวัดเพชรบุรี เกษตรกร 226 ราย จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ เกษตรกร 3,009 ราย จังหวัดปราจีนบุรี เกษตรกร 15 ราย จังหวัดนครพนม เกษตรกร 347 ราย จังหวัดมุกดาหาร เกษตรกร 190 ราย จังหวัดสกลนคร เกษตรกร 354 ราย จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกร 1,835 ราย จังหวัดหนองคาย เกษตรกร 743 ราย จังหวัดอุบราชธานี เกษตรกร 1,289 ราย จังหวัดอำนาจเจริญ เกษตรกร 27 ราย จังหวัดบุรีรัมย์ เกษตรกร 465 ราย จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกร 47 ราย และจังหวัดนครศรีธรรมราช เกษตรกร 1,914 ราย รวมเกษตรกรทั้งสิ้น 11,637 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับตัวเกษตรกร ว่าตรงกับเงื่อนไขที่ ส.ป.ก.กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งเกษตรกรที่จะได้รับจัดสรรที่ทำกินต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเดือด ร้อน-ยากจน และไม่มีที่ดินกินเป็นของตนเอง
ทั้งนี้ ส.ป.ก.จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป คาดใช้งบประมาณ จำนวน 5,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรจะได้รับการจัดสรรที่ดิน จำนวน 10 ไร่ คิดเป็นมูลค่าไร่ละ 50,000 บาท
"ที่ผ่านมา ส.ป.ก. ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในอนาคต" นายสถิตย์พงษ์ กล่าว

