ประชุมบอร์ดไข่นัดแรกหลังเปิดเสรี รายเก่า"แปลงร่าง"ขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่เพิ่ม

"ธีระ" เรียกประชุม Egg Board ฟังรายงานกรมปศุสัตว์ ล่าสุดมีผู้ขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (P.S.) แล้ว 4 ราย ล้วนเป็นรายเก่าที่แยกตัวออกมา (ตารางประกอบบริษัทผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่) รวมขอนำเข้าเพิ่ม 29,500 ตัว

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ที่มีนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกรมปศุสัตว์ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีเอกชนรายใหม่จำนวน 4 รายยื่นขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (P.S. : Parent Stock) รวมทั้งสิ้น 29,500 ตัว ประกอบด้วยบริษัท ฟาร์มนาดี พันธุ์ดี จำกัด จำนวน 10,500 ตัว (ใช้สิทธิ์นำเข้า 15 ตุลาคม 2553), บริษัท ฟาร์มไก่พันธุ์ 111 จำกัด จำนวน 9,000 ตัว (15 ธันวาคม 2553), บริษัท อิสเทิร์น ฟีดมิลล์ จำกัด จำนวน 7,000 ตัว (2 กันยายน 2553) และสหกรณ์โคนมและการเกษตรแปดริ้ว จำกัด จำนวน 3,000 ตัว (28 สิงหาคม 2553)

และ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงปลายปีนี้ ผู้ประกอบการรายเดิมได้ยื่นขอใช้สิทธิ์นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่เพิ่มเติม อีก 65,457 ตัว ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่จังหวัดชลบุรี จำนวน 9,120 ตัว (28 กรกฎาคม 2553), บริษัท แหลมทองฟาร์ม จำกัด จำนวน 5,827 ตัว (28 กรกฎาคม 2553), บริษัท ฟาร์มกรุงไทย จำกัด จำนวน 9,810 ตัว (28 สิงหาคม 2553) และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำนวน 11,200 ตัว (28 กรกฎาคม 2553) สรุปรวมยอดขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (P.S.) ตลอดทั้งปี 2553 รวมทั้งสิ้น 240,000 ตัว หรือจะได้ลูกไก่ไข่ประมาณ 24 ล้านตัว

ซึ่งที่ประชุม Egg Board ยังได้ติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ราคาแพง พบว่าแผนระยะสั้นมุ่งยืดอายุไก่ไข่สาว โดยขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงจากปกติ 78 สัปดาห์เป็น 82 สัปดาห์ สามารถเพิ่มปริมาณไข่ไก่ในตลาดได้ถึง 27-28 ล้านฟอง/วัน ส่วนแผนชะลอการส่งออกไข่ไก่ชั่วคราวนั้น ผู้ประกอบการส่งออกไข่ไก่ยินดีให้ความร่วมมือ คาดว่าตั้งแต่กรกฎาคม-ธันวาคม จะมีปริมาณการส่งออกไข่ไก่ไม่เกินเดือนละ 7 ล้านฟอง คาดว่าตลอดทั้งปี 2553 จะมีปริมาณยอดส่งออกไข่ไก่ทั้งสิ้น 140 ล้านฟอง เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีปริมาณการส่งออกทั้งสิ้น 350 ล้านฟอง

สถานการณ์กลไกตลาดและ พันธุ์สัตว์ที่นำเข้าตั้งแต่ต้นปี 2553 เริ่มทยอยให้ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้ขณะนี้มีปริมาณลูกไก่ไข่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร และราคาลูกไก่ไข่และแม่ไก่สาว ก็มีแนวโน้มปรับตัวลดลง โดยราคาลูกไก่ อยู่ที่ตัวละ 25 บาท/ตัว กับแม่ไก่สาวตัวละ 144 บาท หรือลดลง 4-5 บาท/ตัว ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จึงได้สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เดือดร้อนไม่มีลูกไก่ให้รีบแจ้งมาที่กรมปศุ สัตว์ทันที เพื่อจัดสรรโควตากลางจำนวน 50,000 ตัว กระจายพันธุ์สัตว์ให้แก่เกษตรกร ส่วนแนวทางแก้ปัญหาในระยะกลางที่มุ่งศึกษาปรับปรุงโครงสร้างของคณะกรรมการ Egg Board ทั้งหมดตั้งแต่โครงสร้างคณะกรรมการและอำนาจหน้าที่ ฯลฯ นั้น ทางกรมปศุสัตว์ได้เซ็นสัญญา ข้อตกลงให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

ด้าน นายณรงค์ เจียมใจบรรจง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท กรุงเทพผลิตภัณฑ์อาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ซึ่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาไก่ไข่และ ผลิตภัณฑ์ (Egg Board) กล่าวว่า มาตรการยืดอายุไก่ยืนกรง 36 ล้านตัวและภาวะอากาศเย็นลง ทำให้มีปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาด 27-28 ล้านฟอง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สมดุลกับปริมาณความต้องการของตลาด "อนึ่ง ก่อนที่จะลูกไก่ไข่และแม่ไก่สาวจะลงราคาลงมาตัวละ 5 บาทนั้น ผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ทั้ง 9 ราย ได้ถูกนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรียกเข้าไปพบ พร้อมกับคำถามที่ว่า 1)ทั้ง 9 รายจะลดราคาลูกไก่ลงได้เมื่อไหร่และจะลดลงกี่บาท กับ 2)การนำเข้า พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ปี 2552 ทำไมนำเข้าไม่เต็มตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรรตามโควตา