พาณิชย์ปลุกผีตลาดกลางสินค้าเกษตร

กรมการค้าภายใน สั่งฟื้นตลาดกลางสินค้าเกษตร ปลุกกลไกตลาดเพิ่มแหล่งซื้อขาย หวังดึงราคาข้าวขยับสูง ตั้งเป้า 10 แห่งอย่างน้อยในปีนี้ ขณะที่โรงสีแนะพ่วงตลาดกลางซื้อขายข้าวสารมั่นใจทำให้มีผู้ซื้อผู้ขายมาก ขึ้น จากอดีตแค่เพียงตลาดข้าวเปลือกเท่านั้น

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ปัจจุบันตลาดกลางสินค้าเกษตรโดยเฉพาะตลาดกลางข้าว หรือท่าข้าวได้ลดลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตลาดกลางพืชผลการเกษตรนั้น เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุนการจัดตั้งตลาดกลางพืชผลการ เกษตรโดยเฉพาะตลาดกลางข้าว หรือท่าข้าว มาแล้วประมาณ 20 ปี เพื่อเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากที่จะได้มี การแข่งขันต่อรองราคากันอย่างเสรี โดยผู้ซื้อไม่ต้องตระเวนไปหาซื้อข้าวตามแหล่งผลิต และเสียค่าใช้จ่ายสูง ขณะที่ผู้ขายเองก็สามารถขายได้ราคาสูงจากการแข่งขันการประมูลของพ่อค้า

แต่จากการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบัน กลับพบว่า ตลาดกลางข้าว มีการเลิกกิจการกันไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสอบถาม ออกติดตามข้อมูล พบว่า สาเหตุหลักสืบเนื่องมาจาก นโยบายรับจำนำข้าว ที่ตลาดกลางไม่สามารถออกใบประทวนและแปรรูปข้าวได้ ขณะที่โรงสีทำได้ โดยเฉพาะช่วงที่ราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาดมาก ทำให้เกษตรกรที่จะจำนำต้องขายข้าวผ่านโรงสี ก็จะถูกโรงสีเอารัดเอาเปรียบ โกงน้ำหนักจากการชั่งข้าวได้ง่าย
ดังนั้นเมื่อมีโครงการประกันรายได้เกษตรกรเกิดขึ้น และทำให้กลไกตลาดเดินอย่างปกติสมัยก่อน จึงจะต้องเพิ่มแหล่งซื้อขายในตลาด ทางกรมการค้าภายในจึงได้มีแนวความคิดที่จะเพิ่มตลาดกลางสินค้าเกษตรโดยเฉพาะ ข้าว จากปัจจุบันเหลือแค่ 52 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมมีมากกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่ตลาดกลางผัก-ผลไม้มี 19 แห่ง ส่วนตลาดกลางสัตว์น้ำ 3 แห่ง รวมเป็น 74 แห่ง

"ในอดีตโรงสีมีหน้าที่สีข้าว จะต้องไปกว้านหรือแย่งซื้อข้าวเปลือกมาสี แล้วก็ขายทีนี้พอเป็นข้าวสาร ทางโรงสีก็แนะว่าตลาดกลางควรพัฒนาต่อยอดเป็นตลาดกลางซื้อขายข้าวสาร ก็น่าจะเป็นแรงจูงใจเพื่อให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรกลับมามีบรรยากาศคึกคัก และจะทำให้มีการแข่งขัน จะส่งผลทำให้ราคาข้าวดีขึ้น ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งรองรับให้เกษตรกรมีที่ขายหลัก ไม่ใช่ผลิตออกมาแล้วไม่รู้จะไปขายที่ไหนก็จะถูกกดราคา หรือไม่ใช่รอแต่จะให้พ่อค้าไปซื้อก็จะถูกกดราคาเช่นเดียวกัน"

ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการฟื้นฟูตลาดกลางสินค้าเกษตรขึ้น จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ในการแก้ปัญหาฟื้นฟูตลาดกลางให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นถึง กลไกระบบตลาด และออกสำรวจและหารือผู้ประกอบการค้าข้าว เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการวางรากฐานระบบการค้าสินค้าเกษตรอย่างแท้ จริง ทั้งนี้แห่งแรกที่จะเข้าไปดำเนินการก็คือท่าข้าวกำนันทรง จ.นครสวรรค์ เพราะมีความพร้อมมากที่สุด หลังจากนั้นจะไปจังหวัดต่างๆ เช่น ที่ จ.สุพรรณบุรี อ่างทอง โดยเบื้องต้นเป้าหมายอย่างน้อย 10 แห่งภายในปีนี้

นางวัชรี ยังกล่าวอีกว่า ตลาดกลางที่เป็นหน่วยรวบรวมและกระจายผลผลิตในขั้นต้น แต่กลับไม่สามารถเป็นกลไกในการขับเคลื่อนระบบตลาดสินค้าเกษตรในทางการค้า ปกติได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทางกรมก็จะต้องมีมาตรการแรงจูงใจที่จะทำให้คนซื้อจะต้องมาซื้อที่ตลาดกลาง คนขายก็ต้องมาที่นี่ด้วย
เพราะจะเป็นผลดีในระยะยาวและจะเห็นภาพรวมการซื้อขายสินค้าเกษตรมากขึ้นโดย เฉพาะข้าว ว่าราคาควรที่จะอยู่ในระดับไหน และจะได้มีโอกาสเลือกข้าว เพราะปัจจุบันที่ซื้อขายกันอยู่จำกัดแค่บางราย อีกทั้งจะเป็นผลดีกับผู้ซื้อผู้ขายรายใหม่ที่อยากจะเข้ามาซื้อขายแต่ยังไม่ มีคอนเนกชันก็สามารถมาซื้อขายได้ที่ตลาดกลาง

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการตลาดกลางควรจะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดมาก ขึ้น เช่น เพิ่มบริการการขนส่ง และเปิดขายข้าวสารเพิ่มเติมด้วย