พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้า "เลยโมเดล" "อลงกรณ์" โชว์รูปแบบตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางพารา แห่งแรกภาคอีสาน ดันผลิตภัณฑ์ผ่านลาวออกจีน ลดต้นทุนขนส่ง เบื้องต้นจีบ "เทอราโกร" ในเครือเจ้าสัวเจริญลงทุนในนิคม วงการชี้ประชาธิปัตย์หวัง "เลยโมเดล" เป็นกาวใจเชื่อมสัมพันธ์คนอีสาน
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า "เลยโมเดล" เป็นอีกหนึ่งแผนปรองดองแห่งชาติ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดำเนินนโยบายเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำของคนในพื้นที่จังหวัดเลย เนื่องจากจังหวัดเลยมีพื้นที่ปลูกยางพารามากเป็นอันดับสองของภาคตะวันออก เฉียงเหนือ รองจากจังหวัดหนองคาย กล่าวคือมีพื้นที่ปลูก 500,000 ไร่ กรีดน้ำยางได้แล้วประมาณ 60,000 ไร่ และมีแนวโน้มการเพาะปลูกและการผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากโครงการส่ง เสริมของหน่วยงานต่างๆ ประมาณการว่าจากปี 2553-2558 จะมีพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 ไร่ สิ้นปี 2558 จะมีพื้นที่ปลูกยางพารา 796,266 ไร่ พื้นที่เปิดกรีด 323,802 ไร่
อย่างไรก็ดีแม้ว่าจังหวัดเลยจะมีพื้นที่ปลูกยางจำนวนมาก แต่ยังไม่มีตลาดซื้อขาย และไม่มีแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้ไปดำเนินการ "เลยโมเดล" โดยให้ความสำคัญไปที่พืชยางพาราของจังหวัด โดยฝ่ายปฏิบัติ "เลยโมเดล" ได้มอบหมายให้นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐเอกชนและผู้นำท้องถิ่น
นายอลงกรณ์ กล่าวว่ารูปแบบ "เลยโมเดล" ที่เน้นพืชยางพารา ได้กำหนดให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อที่จะให้มีนิคมอุตสาหกรรมยางพาราแห่งแรก ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นที่อำเภอท่าลี่ ซึ่งมีด่านการค้าถาวร เชื่อมกับเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบุรี ขณะนี้ได้ตั้งงบประมาณสร้างอาคารสำนักงานของด่านถาวรไว้เกือบ 100 ล้านบาท และได้อนุมัติงบประมาณในการสร้างถนนสี่เลนจากตัวอำเภอท่าลี่ ไปถึงด่านท่าลี่ ระยะทาง 8 กม. จำนวน 36 ล้านบาท สามารถเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนมกราคม 2554 นี้
ภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วยศูนย์นำเข้าส่งออกครบวงจร คลังสินค้าทัณฑ์บน เขตพาณิชยกรรม และนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมนี้นอกเหนือจากโรงงานแปรรูปยางพาราแล้ว ยังประกอบด้วยอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย อาทิ โรงงานอาหารสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรมอาหารทะเล เพื่อเชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรวัตถุดิบจากประเทศลาว โดยเฉพาะจากแขวงไชยบุรี แขวงหลวงพระบาง เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการเพิ่มมูลค่าแปรรูปเพื่อส่งออก ไปสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศอื่นๆ ได้ โดยอุตสาหกรรมยางพารา เบื้องต้นได้เชิญชวนบริษัท เทอราโกร จำกัด เข้าไปลงทุน อย่างไรก็ดีบริษัทอื่นๆสามารถที่จะไปลงทุนได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นจะดึงนักลงทุนจีน จากคุนหมิง เสฉวน ฉงชิ่ง กวางสี ให้มาตั้งโรงงานยางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ ยางจักรยาน เพราะเมื่อผลิตแล้วจะส่งเข้าจีนโดยตรงจะใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น หากไม่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษจะต้องย้อนกลับมาที่แหลมฉบังจะต้องใช้เวลาอย่าง น้อย 15 วัน
"สำหรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจะเริ่มต้นประมาณ 2,000 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทางจังหวัดรวบรวม คาดว่าประมาณเดือนกันยายนจะได้ข้อสรุป โดยพื้นที่ดังกล่าวพยายามที่จะให้อยู่ในพื้นที่ของราชการจะได้ให้เอกชนเช่า เพื่อให้มีต้นทุนต่ำ มีขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ในตลาดโลก"
นายอลงกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากจังหวัดเลยแล้วรัฐบาลยังได้เลือกเมืองหน้าด่านเพื่อเชื่อมกับประเทศ เพื่อนบ้านทำโมเดลออกมา อาทิ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเชียงราย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนราธิวาส จะทำให้มีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านจึงได้วางรูปแบบเป็นเขตเศรษฐกิจ พิเศษและจะมีมาตรการส่งเสริมด้วย
"แม้นายอลงกรณ์จะยืนยัน "เลยโมเดล" ไม่มีมิติการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องของการสร้างโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการกระจายความเจริญ และรูปแบบของการขับเคลื่อนก็คือปลอดจากการเมือง หลังจากนี้ไปหากเป็นรูปเป็นร่างแล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะลงมาเพื่อรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง แต่คนในแวดวงการเมืองอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าถึงอย่างไรโครงการนี้พรรคประ ชาธิปัตย์หวังได้ใจคนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างแน่นอน หลังจากถูกมองในภาพลบมาโดยตลอด"
ขณะที่นายวินิจ วสุนธราธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จะไปตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียง เหนืออยู่แล้ว แต่ยังไม่มั่นใจในเรื่องของวัตถุดิบจะมีเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลหน่วยงานของรัฐไม่ตรงกันเลย จึงทำให้ทางบริษัทต้องศึกษาเรื่องดังกล่าวให้ละเอียดและรอบคอบ เพราะถ้าไปตั้งแล้ววัตถุดิบไม่เพียงพอที่จะป้อนโรงงานอย่างต่อเนื่องจะทำให้ บริษัทได้รับความเสียหายได้

