ตลาดเวียดนามให้ความ สนใจผลไม้ไทย โดยเฉพาะลำใยได้รับการตอบรับดีมาก ด้านกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยปีนี้สหกรณ์ได้เปิดตลาดในเวียดนามเพิ่มอีกแห่ง โดยได้โควต้าส่งออกลำใยไปเวียดนามถึง 3,000 ตัน และผลไม้อื่นอีกรวมกว่า 40,000 ตัน ผ่านบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ผลตอบรับดีมากผลไม้ไทยราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน
นายชาญชัย นิมิตมงคล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมพัฒนาธุรกิจด้านพืชและผลิตภัณฑ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการเปิดตลาดผลไม้ไทยไปยังประเทศเวียดนามว่า ที่ผ่านมา สหกรณ์จะส่งออกผลไม้ไปประเทศจีนเป็นหลัก และตลาดโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) แต่ในปี 2553 นี้ เราได้มีการเพิ่มช่องทางการตลาดอีกแห่งคือ ประเทศเวียดนาม โดยผ่านทางบริษัทเอกชน ผลไม้ที่ส่งไป เช่น ส้ม มะม่วง มังคุด และปีนี้ได้เพิ่มลำไย จากจังหวัดลำพูน และเชียงใหม่
สำหรับผลการดำเนินการเป็นไปด้วยดี เนื่องจากตลาดประเทศเวียดนาม มีการขยายตัวของการบริโภคผลไม้ที่รวดเร็ว โดยเฉพาะลำไย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการส่งออกผลไม้ไปยังประเทศเวียดนามวันละ 300 ตัน โดยมีโค้วต้าการส่งออกผ่านสหกรณ์ครั้งนี้ จำนวน 3,000 ตัน ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 1,000 ตัน คาดว่า ก็จะมีการขยายโค้วต้าเพิ่มขึ้นในปีถัดไป ส่วนปริมาณการค้าของสหกรณ์ปีที่ผ่านมา มีส่งออกผลไม้ผ่านบริษัทเอกชนประมาณ 40,000 ตัน ดังนั้น ในปี2554 ถ้าสามารถเปิดตลาดการส่งออกเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าผลไม้โดยรวม ทั้งภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมถึงภาคเหนือ ก็น่าจะมีการขยายตัวตามไปด้วย
“ปัจจุบันบริษัทเอกชนในเวียดนามรายนี้มีนำเข้าผลไม้จากประเทศไทย ปีละไม่น้อยกว่า 20,000-30,000 ตัน และตามแผนที่ได้คุ๋ยกันในปีนี้น่าจะทำตลาดได้ถึง 60,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีการประสานติดต่อในเรื่องของการนำเข้าส้มโอ จากจังหวัดชัยภูมิ ส่วนการตอบรับจากผู้บริโภคลำไยของเวียดนามไปในทิศทางที่ดี เพราะผู้บริโภคของเวียดนามชอบในรสชาติของผลไม้ไทย ถ้าจัดเกรดผลไม้ไทยเทียบกับประเทศในเอเชียแล้ว ผลไม้ไทยที่มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเป็นไปได้ต้องการให้ เกษตรกไทยได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน เพื่อจะได้เห็นภาพตลาดและเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าของไทย เพื่อปรับตัวไปสู่การค้าภายในประเทศ และการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกว่าควรจะไปในทิศทางไหน”

