สธ. เตรียมเสนอ ครม. ชง งบ 9 ล้าน เพิ่มเขตคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่ง...
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยถึงมาตรการพัฒนาสมุนไพรของไทย ว่า สมุนไพรไทยได้รับการยอมรับว่า มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หากมีการใช้โดยไม่มีระบบการจัดการที่รอบคอบ อาจสูญพันธุ์ได้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 เพื่อคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร ดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ
1.การคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตำรับยาแผนไทยและตำราการแพทย์แผนไทย
2.คุ้มครองสมุนไพรที่มีค่าต่อ การศึกษาหรือวิจัย ทางเศรษฐกิจและอาจจะสูญพันธุ์
3.คุ้มครองบริเวณ ถิ่นกำเนิดของสมุนไพรที่อยู่ในและนอกพื้นที่เขตอนุรักษ์ และที่ดินเอกชน
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับการคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพรในพื้นที่ เขตอนุรักษ์นั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและสำนักงานนายทะเบียนจังหวัดและชุมชนคุ้มครองสมุนไพร และบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร ที่มีในระบบนิเวศซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติหรือมีความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจได้รับผลกระทบได้ง่ายจากการกระทำของมนุษย์ เพื่อกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ ห้ามไม่ให้ใครยึดครอง ปลูกหรือก่อสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือตัด โค่น แผ้วถาง เผา หรือทำลายต้นไม้ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพไป เว้นแต่ได้รับอนุญาต
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับปีงบประมาณ 2553 นี้ ได้ทำแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์ พ.ศ.2553-2555 คุ้มครองสมุนไพรในเขตอนุรักษ์จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6,000 ไร่ 2.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี พื้นที่เกือบ 1 แสนไร่ 3.เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 4 แสนไร่ และ 4.พื้นที่ป่าเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติทับลานจังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ 7,000 ไร่ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก รวมเป็นเงิน 9 ล้านบาทเศษโดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในเร็วๆนี้

