เกษตร ผวา!ก.ย.-ต.ค.น้ำท่วมนาข้าวพัง

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการวางแผนและติดตาม ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ยังคงมีความน่าเป็นห่วงอยู่ โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ เฉลี่ยเขื่อนละ 4 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ถือว่ายังมีปริมาณน้อย คาดว่าหากไม่มีพายุจรเข้าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนทั้ง 2 แห่งจนถึงเดือนต.ค.อยู่ที่ 7,500 ล้านลบ.ม. จะเหลือสำหรับใช้ในช่วงแล้งปีหน้าที่ประมาณ 2,000 ล้านลบ.ม. ในส่วนนี้จะสนับสนุนการทำนาปรังได้ประมาณ 3 ล้านไร่

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานคณะทำงานวางแผนการใช้น้ำในช่วงแล้งปีหน้าว่าจะปลูกพืชชนิดใดที่ เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ โดยประสบการณ์ปีที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลประกาศให้ชาวนางดการทำนาปรังรอบ 2 จากเป้าที่ตั้งไว้จะมีการทำนาปรังจำนวน 11 ล้านไร่ แต่ทำนาปรังจริงสูงถึง 16 ล้านไร่ เป็นเหตุให้ต้องปล่อยน้ำมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ จึงต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อรองรับกับปัญหาในปีหน้า อย่างไรก็ตาม จะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อใช้ระเบียบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาบังคับ ใช้อย่างจริงจัง สำหรับพื้นที่ที่ประกาศห้ามทำนาปรังแล้วแต่เกษตรกรยังปลูกข้าวอีก เมื่อเกิดความเสียหายจะไม่ได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการ

"จาก ข้อมูลทางด้านอุตุนิยมวิทยาจากทั่วโลก ที่คาดการณ์ค่อนข้างจะแม่นยำ คาดว่าประเทศไทยจะมีฝนตกมากในช่วงเดือนส.ค.เป็นต้นไป ดังนั้น นาข้าวอาจเสียหายได้หากปลูกในช่วงนี้ แต่ถ้าปลูกพืชไร่ที่ใช้น้ำน้อยน่าจะพอพึ่งน้ำฝนที่ตกลงมาบางส่วนในช่วงนี้ ได้ แต่ที่ยังกังวลกันมากคือในช่วงเดือนก.ย.และต.ค. จะมีฝนตกมากอาจเกิดน้ำท่วมน้ำหลากฉับพลันได้ อาจสร้างความเสียหายให้พืชผลทางการเกษตรอีกเช่นกัน" นายยุคลกล่าว