เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สาธารณสุข วุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่อง "ผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อสุขภาวะ" โดย พญ.พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ชุดดังกล่าว ระบุว่า จากสถิติในช่วง 30 ปี ระหว่างปี 2513-2544 พบว่า เกิดภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงถี่ขึ้นทั่วโลก เช่น การเกิดพายุแรง 121 ครั้ง ระหว่างปี 2513-2522 ขณะที่ระหว่างปี 2532-2543 พบพายุ 300 ครั้ง ไฟป่า 11 ครั้งเพิ่มเป็น 54 ครั้ง ดินถล่ม 34 ครั้งเพิ่มเป็น 114 ครั้ง คลื่นยักษ์ 2 ครั้ง เพิ่มเป็น 12 ครั้ง อุณภูมิสูงจัด 9 ครั้งเพิ่มเป็น 70 ครั้ง ซึ่งหากไม่มีมาตรการแก้ไข คาดว่าความสูญเสียของทุกประเทศในแต่ละปี จะมีมูลค่าสูงถึง 5-20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของโลก (World GDP) ซึ่งสำหรับประเทศไทย มูลค่า 5% ของ GDP จะมีมูลค่าถึง 4.5 แสนล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดิน
พญ.พรพันธ์ ย้ำว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อนเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 31 ของโลก หรืออันดับ 4 ของอาเซียน ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของไทยสูงขึ้น จำนวนวันที่มีอากาศร้อนเพิ่มขึ้น ระดับน้ำทะเลมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น 20 มิลลิเมตรต่อปี นับตั้งแต่ปี 2503 เป็นเหตุให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวไทยจนถึงขั้นวิกฤติ รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ภาวะโลกร้อน ส่งผลให้จำนวนวันที่ร้อนกว่า 35 องศามีมากขึ้น โดยภาคที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงกลางวันคือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคเหนือตอนล่าง ช่วงเดือนเมษายนจะมีอุณหภูมิประมาณ 42-43 องศา ส่วนคืนที่มีอากาศเย็นจะหายไปเรื่อยๆ
ขณะที่ นายอรรถชัย จินตะเวช อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่มีต่อภาคการเกษตร คือ อายุข้าวจะสั้นลง กระทบต่อผลการผลิต ดังนั้นเราต้องปรับตัวในกระบวนการผลิต และควรมีการศึกษาถึงภาวะโลกร้อนในระยะยาว รวมถึงการปรับแนวคิดและสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจของคนทุกกลุ่ม
นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้เจ็บป่วยจากความร้อนเพิ่มขึ้น โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุดคือ มุกดาหาร นครราชสีมา และกาญจนบุรี ตามลำดับ
เวลา 10.45 น. วันเดียวกัน ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานการฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ โดยมีรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่าง พร้อมเพรียง
นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้จำลองสถานการณ์ภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่น ส่งผลให้เกิดพายุ น้ำท่วม และโคลนถล่มขั้นร้ายแรงที่ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด โดยมีการฝึกซ้อมแผนเป็น 2 รูปแบบ คือ การฝึกซ้อมฝ่ายอำนวยการ และการฝึกซ้อมภาคสนาม ซึ่งจะมีการจำลองเหตุการณ์เรืออับปาง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ รวมถึงสถานการณ์จำลองอุบัติภัยเหตุอากาศยานจากภัยธรรมชาติ
โดยเป็นการบูรณาการด้านการเผชิญสถานการณ์วิกฤตระหว่างหน่วยงานระดับชาติ ระดับจังหวัด และท้องถิ่น รวมถึงทดสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการเชื่อมต่อเครือข่ายฐานข้อมูลในการ บริหารจัดการสาธารณภัยในระดับชาติ เพื่อให้สามารถแก้ไขและตอบโต้วิกฤตการณ์ด้านสาธารณภัย พร้อมกันในทุกจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

