ผู้บริโภคยิ้มออกไข่เพิ่มทำราคานิ่ง

ผู้บริโภคยิ้มออกแต่ผู้เลี้ยงทำใจหลัง "ไข่มาร์ค"ปรับตัวลดลง เผยผลจากภาวะอากาศเย็นลงไก่ให้ผลผลิตไข่เพิ่มขึ้น ไม่เกี่ยวเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ เพราะจะมีผลผลิตเข้าตลาดในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ทั้งภาครัฐ-เอกชน รวมถึงเอ้กบอร์ดเตรียมปรับบทบาทรับมือเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้ อุตสาหกรรมทั้งระบบเกิดความสมดุล

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ เปิดเผยภาวะราคาไข่ไก่ ในเวทีเสวนาโต๊ะกลมหัวข้อ "เปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ แก้ปัญหาไข่แพงได้จริงหรือ? จัดโดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้ราคาไข่ไก่จะเริ่มอ่อนตัวลง เหตุที่ราคาไข่ไก่แพงช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาลูกไก่ล้นตลาดและราคาไข่ไก่ตกต่ำช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) มีมติร่วมกันให้ลดปริมาณไก่ไข่ลง ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553 กระทรวงพาณิชย์ยังได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ลดปริมาณไก่ไข่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ตกต่ำต้องใช้เวลาดำเนินการขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนิน การอยู่

อย่างไรก็ดีมาตรการลดปริมาณไก่ไข่ มาประจวบเหมาะกับปีนี้เกิดภาวะแล้งและอากาศร้อนจัดมาก การลดปริมาณไก่ไข่และภาวะอากาศที่ทำให้ไก่ออกไข่น้อย ส่งผลให้ปริมาณไข่ตึงตัวและปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้ หลังจากที่อากาศเย็นลงแล้วไก่ให้ผลผลิตไข่เพิ่มขึ้น ดีมานด์ ซัพพลายจะเกิดการสมดุล คือทั้งประเทศจะมีไก่ยืนกรงอยู่ประมาณ 36-37 ล้านตัว ไข่ไก่ 29-30 ล้านฟองต่อวัน ทั้งยังมีความเป็นห่วงด้วยซ้ำไปว่า เดือนกันยายนซึ่งเป็นเทศกาลกินเจราคาไข่จะตกลงอีก

"มติครม.13 กรกฎาคม 2553 ให้เปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ยังไม่ส่งผลต่อซัพพลายไข่ในช่วงนี้จะมีผลอีก 3 ปีข้างหน้า ช่วงนี้ราคาไข่อ่อนตัวลง จึงไม่ใช่ผลจากการเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ แต่เกิดจากการควบคุมปริมาณลูกไก่ ที่จะให้ไข่ที่เอ้กบอร์ดได้ดำเนินการมาเป็นระยะ ๆ และภาวะอากาศที่เย็นลง"

นายกฤษดา ฤทธิชัยดำรงกุล ผู้จัดการฝ่ายบริการวิชาการ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวในทิศทางที่สอดคล้องว่า ราคาไข่จะปรับตัวลดลงจากภาวะอากาศที่เย็นลง ส่วนราคาไข่ที่แพงเกิดจากต้นทุนอาหารสัตว์ ค่าขนส่ง สิ่งปลูกสร้างโรงเรือนมากกว่า โดยเฉพาะต้นทุนอาหารสัตว์สูงถึง 60% ขณะที่ต้นทุนลูกไก่ประมาณ 3-4% เท่านั้น การนำเข้าเสรีพ่อแม่ไก่พันธุ์จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาไข่แพง แต่เป็นการช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนลูกไก่ไข่มากกว่า ช่วยให้เกษตรกรหรือบริษัทที่ยังไม่มีพันธุ์ไก่ ได้มีพันธุ์ไก่ไข่เป็นของตัวเอง ลดต้นทุนการผลิตได้เล็กน้อย เพราะต้นทุนผลิตไข่ไก่ 60%อยู่ที่อาหารสัตว์ แต่ต้นทุนลูกไก่ประมาณ 3-4% เท่านั้น ขณะที่ระยะยาวหลังจากที่แม่ไก่ที่นำเข้ามาให้ผลผลิตไข่แล้วจะทำให้ผลผลิตล้น ตลาดเกินความต้องการราคาจะตก

ปัญหาที่จะตามมาในอนาคตคือ ราคาไข่ไก่ไม่มีเสถียรภาพ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ขาดทุน เพราะต้นทุนการผลิตไม่ได้ลดลง ผู้เลี้ยงเป็นหนี้ธนาคาร ถูกยึดทรัพย์สิน สุดท้ายปลาใหญ่กินปลาเล็ก เกษตรกรรายย่อยล้มหายตายจาก
ด้านดร.นรสีห์ ตระกูลช่าง ประธานกรรมการบริษัทเอ.เอฟ.อี จำกัด ในนามกลุ่มเกษตรกร 113 ฟาร์ม กล่าวว่า เกษตรกรขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ตั้งแต่ปี 2546 แต่ได้รับการปฏิเสธจากกรมปศุสัตว์เพราะจะมีการควบคุมปริมาณพ่อแม่พันธุ์ แม้หลังจากมีเอ้กบอร์ดแล้วได้รับการปฏิเสธอีก โดยแจ้งว่า เหตุที่ 9 บริษัทให้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ เพราะเคยผลิตลูกไก่มาแล้ว พอมีการจำกัดพ่อแม่พันธุ์ลูกไก่ราคาแพงตามมาด้วยลักษณะเชิงผูกขาด คือบังคับขายลูกไก่พ่วงอาหารสัตว์ เป็นปัญหาที่เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนมาเป็นระยะ ๆ เกษตรกรภาคเหนือและภาคตะวันออกจึงต้องการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์เองเพื่อให้มี ลูกไก่เลี้ยง

"ไม่ต้องการถึงขั้นให้เปิดเสรี หากแต่ต้องการได้สิทธิ์นำเข้าพ่อแม่พันธุ์เข้ามา เพื่อความเป็นธรรมกับเกษตรกรเท่านั้น อย่างไรก็ดีการเปิดเสรีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีคือ คนไทยได้กินไข่ราคาถูก เกษตรกรได้รับอิสระในการประกอบอาชีพ กระจายรายได้สู่ชนบท แข่งขันตลาดต่างประเทศได้ ส่วนข้อเสียช่วงแรก ๆ หลังจากที่พ่อแม่พันธุ์ไก่เสรีชุดแรกเข้ามาและให้ไข่ อาจเกิดปัญหาไข่ล้นตลาด แต่จะรุนแรงเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับธรรมาภิบาลของรายใหญ่"
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ไข่แพงเพราะทุกอย่างแพงหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือต้นทุนอื่น ๆ กลางปี 2551 ราคาน้ำมันดีเซลแตะใกล้ 2 ลิตร 100 บาท มีแต่ตายกับตายอาหารสัตว์ขึ้นหมด มองแล้วไม่เห็นอนาคตแต่ราคาไข่ไก่ไม่ขึ้น แสดงให้เห็นว่าราคาไข่ไม่สะท้อนต้นทุนเลย เกษตรกรขายหน้าฟาร์มขาดทุนแล้ว เพราะมีพ่อค้ากดราคา นี่คือผลกระทบที่เกษตรกรเจอในพื้นที่ ซึ่งผู้บริโภคจะไม่เข้าใจว่าต้นทุนเกษตรกรขึ้นแต่ราคาขายไม่ขึ้น เอ้กบอร์ดยังมีความจำเป็นอยู่เพราะเป็นพื้นที่ให้เกษตรกรมาถ่ายทอดความต้อง การ อย่างไรก็ดีเร็ว ๆ นี้ราคาไข่น่าจะอ่อนตัวลง เพราะหลักดีมานด์ซัพพลายเป็นตัวกำหนดอย่างแท้จริง

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในเป็นหน่วยงานที่ดูแลปลายทาง ได้รับการร้องเรียนว่าไข่หาย ไข่แพง คนแย่งซื้อหน้าฟาร์ม จากการที่ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือ พบว่ามีหลายปัจจัย อาทิ เกิดจากอากาศร้อน ความต้องการเพิ่ม โดยอากาศร้อนแหล่งน้ำธรรมชาติหายไป ชาวบ้านที่เคยหาปูหาปลากินหาไม่ได้ แล้วต้องหันมากินไข่ ทำให้ดีมานด์เพิ่มขึ้น เหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเราคนก็แห่ตุนไข่ กรมการค้าภายในดูแลให้ความเป็นธรรมทุกกลุ่ม ระยะสั้นได้แก่ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน คือ ตรึงราคาหน้าฟาร์ม 2.80 บาทต่อฟอง ราคาให้เป็นธรรม ปลายทางไข่เบอร์สองฟองละ 3 บาท ขายปลีก 3.30 บาท การดำเนินการสามารถแก้ปัญหาได้คือ ราคาไข่ทรงตัว แต่หลังจากนั้นตั้งแต่รากหญ้าจนถึงผู้บริหารประเทศ หันมาพูดถึงปัญหาราคาไข่กันอีก ราคาจึงขยับขึ้นอีกครั้ง จึงได้จัดไข่ธงฟ้าผ่านโมเดิร์นเทรด ผ่านสำนักงานการค้าภายในจังหวัด วันนี้ราคาตลาดลง 10-20 สตางค์ต่อฟอง

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็เกิดปัญหาไข่ต่อเนื่อง เพราะรายย่อยมีมาก ไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดปัญหาไม่สมดุลของอุตสาหกรรม เอ้กบอร์ดสามารถเข้ามาจัดการได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีบางปัญหาของกลุ่มเกษตรกร สามารถร้องเรียนที่กรมการค้าภายในได้ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับดูแลให้เกิดความสมดุลและเป็นธรรม เพราะกรมการค้าภายในมีบทบาทดูแลเกษตรกรรายย่อยด้วย

ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาโต๊ะกลมมีความเห็นตรงกันว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่แล้วนั้น ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนมีความจำเป็นต้องปรับตัว รวมถึงเอ้กบอร์ดด้วย ต้องปรับบทบาทหน้าที่ให้เกิดความสมดุลของอุตสาหกรรมไก่ไข่ทั้งระบบ โดยเฉพาะการเปิดตลาดเพื่อรองรับซัพพลายไข่ไก่ที่จะเพิ่มขึ้นอีก 3 ปีข้างหน้า