ชาวบ้านเกาะระจี้รัฐเร่งออกเอกสารสิทธิ์

ชาวบ้านเกาะระ จังหวัดพังงา ย้ำไม่ต้องการเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ แต่ไม่ขวางรัฐทำโครงการสวนพฤกษศาสตร์ จี้เร่งออกเอกสารสิทธิจัดการหาที่ทำกินให้ชาวบ้านบนเกาะ ด้านกมธ.องค์กรตามรัฐธรรมนูญฯเตรียมเร่งชงข้อสรุปปัญหาเกาะระถึงนายกฯและ ประธานสภา ด้านทส.ยันยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิให้ใคร

นายเฉลิมชาติ การุญ ประธาน คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร(กมธ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้ากรณีที่องค์การสวนพฤกษศาสตร์(อสพ.) ขอพื้นที่เกาะระ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา มาพัฒนาเป็นโครงการสวนพฤกษศาสตร์ทางทะเลและชายฝั่ง โดยนำพื้นที่เกาะกว่า 12,000 ไร่มาพัฒนาให้เป็นแหล่งรวบรวมและเรียนรู้พันธุ์ไม้นั้น ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่ากลุ่มชาวบ้านในพื้นที่มีทั้งสนับสนุนและคัดค้านโครงการ

นอกจากนี้จากการลงพื้นที่จริงของกมธ. ยังรับทราบปัญหาเรื่องที่ดินของชาวบ้านที่มีการยื่นขอเอกสารสิทธิทำกิน(ส.ท. ก.) จริง และยังพบข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกถางป่า โดยได้รับข้อมูลยืนยันจากบุคคลหลายๆกลุ่มในจังหวัดพังงาว่า มีความพยายามของกลุ่มนายทุนกลุ่มหนึ่งต้องการครอบครองที่ดินบนเกาะระ อีกทั้งพบพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล เมื่อพบว่ามีการนำที่ดินบางแปลง เตรียมนำส.ค.บินจากที่อื่นเข้ามาสวมบนที่ดินบนเกาะด้วยเช่นกัน โลก "เพื่อรับฟังปัญหาและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เกาะอย่างยั่งยืน รวมถึงเปิด

ดังนั้นทางกมธ.จึงจัดเสวนา "อนาคตเกาะระ มรดกไทยสู่มรดกเวที" เพื่อรับฟังปัญหาและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เกาะอย่างยั่งยืน รวมถึงเปิดให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย และหลังจากนี้ทางกมธ.จะเร่งสรุปรายละเอียดตั้งแต่การลงพื้นที่จริงจนถึง เนื้อหาสาระการเสวนาที่ผ่านมาว่ามีแต่ละฝ่ายมีความคิดเห็นอย่างไร เสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้รับทราบ
นอกจากนี้นายเฉลิมชาติกล่าวถึงผลสรุปการเสวนาในครั้งนี้ว่า แบ่งแนวคิดออกเป็น 2 ลักษณะ คือ1.กลุ่มนักวิชาการที่ให้ความเห็นสอดคล้องกันทั้งหมดว่าต้องการเห็นเกาะระ เป็นสวนพฤกษศาสตร์เต็มพื้นที่ 12,000 ไร่ แต่ความเป็นไปได้ต้องพิจารณาถึงข้อจำกัดด้านอื่นๆประกอบด้วย เช่นเรื่องพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่กันมาเป็นเวลาหลายชั่วคน ที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป ทั้งกรณีที่ทางองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อสพ.) เจ้าของเรื่องที่ขอพื้นที่จากเดิม 12,000 ไร่ กลับกลายมาเหลือพื้นที่ที่จะทำโครงการเพียงกว่า 4,400 ไร่ ซึ่งต้องไปพิจารณาตามข้ออ้างว่าไม่มีงบประมาณและกำลังคนอย่างไร

ส่วนด้านที่สอง เป็นความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งมีตัวแทนชาวบ้านทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มนายกอบต.ต่างๆที่เห็นว่าอนาคตของเกาะระเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะหากมีการทำโครงการใดๆบนเกาะก็ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้าน ที่มีการทำมาหากินอยู่บนเกาะ โดยเฉพาะในเรื่องวิถีชีวิตที่ชาวบ้านค่อนข้างกังวล ซึ่งจากการพิจารณาภาพโดยรวมถึงความต้องการของชาวบ้านแล้วคือไม่ต้องการให้ เกาะระเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เพราะการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ จะมีผลกระทบต่อการทำมาหากินของชาวบ้าน เพราะต้องมีการประกาศรัศมีเขตทะเลและชายฝั่งจะไม่สามารถทำการประมงได้ แต่สำหรับโครงการสวนพฤกษศาสตร์ทุกคนกลับเห็นด้วย เพราะเป็นการยกระดับเกาะระให้สูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง ให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สอดคล้องไปกับการพัฒนาที่ไม่กระทบต่อชาวบ้าน

"แต่ทั้งนี้ในประเด็นรายละเอียดอื่นๆที่ได้จากการเสวนาก็คงต้องนำมาหารือกัน ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจสอบพิสูจน์ชาวบ้านที่อยู่อาศัยจริงว่ามีจำนวน เท่าใด ก็คงต้องเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ด้วยความชอบธรรม วันนี้กมธ.ถือว่าได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ทิ้งจะมีการติดตามการเฝ้าระวังเรื่องดำเนินการต่อไป และกมธ.ก็ต้องรอบคอบในการพิจารณาด้วย เพราะกมธ.เองก็มีจุดยืนที่ว่าไม่ว่าจะเป็นการทำเป็นอุทยานแห่งชาติหรือ โครงการสวนพฤกษศาสตร์ก็ตาม แต่จะต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน

ส่วนที่ทางอสพ.ขอพื้นที่การจัดทำสวนเพียง 4,400 ไร่เศษโดยอ้างว่าไม่มีงบประมาณนั้น ทางกมธ.งบประมาณได้สอบถามเหตุผลอสพ.เช่นกัน โดยมีการชี้แจงว่าเป็นเรื่องไม่มีงบประมาณเมื่อใช้พื้นที่มากห่วงว่าจะดูแล รักษาไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาเชื่อว่าเรื่องงบประมาณไม่น่ามีปัญหาเพราะผลงานของอสพ.ได้รับ การชมเชยว่ามีผลงานที่ดี ก็เชื่อว่าหากได้จัดทำโครงการนี้ที่เกาะระแล้วเรื่องงบประมาณคงไม่มีปัญหา แต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าเกาะระจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อย่างมหาศาล จากความอุดมสมบูรณ์ของเกาะที่มีความหลากหลาย สวยงาม สามารถดึงดูดผู้ที่ต้องการมาศึกษามาท่องเที่ยวได้

ด้านนายศิริพงษ์ หังสพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทางทส.มีนโยบายที่จะทำให้หมู่เกาะบริเวณชายฝั่งอันดามันทั้งหมดเป็นมรดกโลก โดยเกาะระก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีความพร้อม และเห็นว่าการทำงานครั้งนี้จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อดูแลพื้นที่ทั้ง เกาะ ทั้งยืนยันว่าที่ผ่านมาทาง ทส.ยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิให้กับใคร ที่ผ่านมามีแต่ชาวบ้านที่เข้ามายื่นขอเอกสารสิทธิ จาก 139 แปลง หลังจากมีการพิจารณาหลักเกณฑ์แล้วคงเหลืออยู่เพียง 79 แปลงเท่านั้น แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีนโยบายที่จะออกสิทธิทำกิน (ส.ท.ก.) บนเกาะระ ซึ่งจำนวน 79 แปลงก็ต้องพิสูจน์ตามเงื่อนไขต่อไป

ด้านนายปรัชญา ศรีสง่า ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กล่าวว่าสำหรับการนำพื้นที่เกาะระมาทำโครงการสวนพฤกษศาสตร์ฯนั้นยังคงมีความ ตั้งใจจริงในการทำโครงการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงชุมชนด้วยจึงอยากทำเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาก่อน โดยจะทำโครงการนี้ด้วยความซื่อตรงและจะเร่งสร้างความเข้าใจกับชุมชนให้มากขึ้น