"สหฟาร์ม" เตรียมลุยตลาดไข่ไก่ ขานรับนโยบายนำเข้าแม่พันธุ์ไก่โดยเสรี ระบุตลาดมีโอกาสขยายตัวสูง เชื่ออนาคตต้นทุนเหลือแค่ฟองละ 2.20 บาทเท่านั้น ครม.รับทราบราคาไข่ต่างจังหวัดลด 0.10-0.20 บ.ต่อฟอง อุตฯ เร่งระบายน้ำตาลลงตลาด
นางมนูญศรี โชติเทวัญ ประธานคณะบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ
มีแผนจะเข้าทำตลาดไข่ไก่ใน ประเทศหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้นำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ได้เสรี ทั้งนี้ ตลาดไข่ไก่ในประเทศมีปริมาณความต้องการเฉลี่ย 1.85 หมื่นล้านฟองต่อปี แต่ปัจจุบันผลิตได้เฉลี่ยปีละ 8 พันล้านฟองต่อปี ทำให้ตลาดยังขาดซับพลายเข้าตลาดอยู่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านฟองต่อปี ทำให้บริษัทสนใจที่จะเข้ามาผลิตไข่ไก่เพื่อป้อนความต้องการที่ยังขาดอยู่ ได้
อย่างไรก็ตาม คาดการบริโภคไข่ไก่ที่ 1.8 หมื่นล้านฟองต่อปีอยู่บนเงื่อนไข การบริโภคไข่ไก่ของคนไทยเฉลี่ยคนละ 1 ฟองต่อวัน ซึ่งต้องมีการรณรงค์ให้คนไทยบริโภคไข่ให้มากขึ้น และการเปิดเสรีไข่ไก่จะทำให้มีผู้เล่นเข้ามาในตลาดไม่เพียงเฉพาะ บริษัท สหฟาร์ม เท่านั้น แต่จะมีรายอื่นๆ รวมถึงเกษตรกรรายย่อยสามารถเลี้ยงไก่ไข่ได้ในสัดส่วนต้นทุนที่ต่ำลง ขณะเดียวกันผู้บริโภคจะมีโปรตีนราคาถูกไว้เป็นทางเลือก
นางมนูญศรี กล่าวว่า นอกจากการบริโภคไข่ไก่โดยตรงแล้ว ความต้องการตลาดยังมีการนำไปเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าอื่นตามมาด้วย จึงเชื่อ ว่าตลาดไข่ไก่จากนี้จะมีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่องรวมถึงตลาดการส่งออกไข่ ไก่ ทั้งนี้ แนวทางการเข้าทำตลาด ในส่วนบริษัทฯ จะเน้นการส่งเสริมบริโภคไข่ไก่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
"เชื่อว่าเมื่อการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่โดยเสรีและมีผู้เข้ามาทำตลาดมากขึ้นจะ ทำให้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่อยู่ที่ฟองละ 2.20 บาท จากเฉลี่ยปัจจุบันฟองละเกือบ 3 บาท โดยต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่อาหารสัตว์และแม่พันธุ์" นางมนูญศรีกล่าว
ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสถานการณ์ราคาสินค้า โดยกระทรวงพาณิชย์รายงาน สถานการณ์ราคาขายปลีกไข่ไก่ว่า ราคาลดลงในต่างจังหวัดประมาณฟองละ 0.10-0.20 บาท โดยเฉพาะใน จ.พระนครอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุตรดิตถ์ และขอนแก่น ส่วนในกรุงเทพฯ ราคายังคงทรงตัวแต่มีแนวโน้มจะลดลง เนื่องจากมีโครงการแทรกแซงตลาดและโครงการไข่ไก่ธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการ คือ การเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องต้องติดตามอีก 2 รายการ ได้แก่ ลูกไก่ไข่ และไก่รุ่น พร้อมทั้งมีการตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ต้นทุนและราคาจำหน่ายที่เหมาะสม ส่งผลให้รายการสินค้าที่ต้องติดตามเพิ่มเป็น 204 รายการ จากเดิม 202 รายการ
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะทำงานเพื่อจัดซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค. (ส่งออก) ได้ดำเนินการซื้อน้ำตาลทรายจากผู้ส่งออก (เทรดเดอร์) คืนมา 7.43 แสนกระสอบ เพื่อแก้ไขภาวะตึงตัวของตลาดบริโภคในประเทศ ล่าสุดน้ำตาลล็อตแรกจำนวน 2.6 แสนกระสอบ จะมีการส่งมอบในเดือนนี้และคาดว่าจะป้อนเข้าสู่ตลาดในประเทศเพื่อให้ถึงมือ ผู้บริโภคได้ในต้นเดือน ส.ค.นี้ ส่วนช่องทางการจำหน่ายว่าจะวิธีใดจะถึงมือผู้บริโภคมากสุดคาดว่าจะ สรุปได้เร็วๆ นี้ ซึ่งน้ำตาลดังกล่าวจะจำหน่ายในราคาควบคุมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือราคาแนะนำในต่างจังหวัด ทั้งนี้ราคาน้ำตาลทรายขายปลีกเฉลี่ยขณะนี้ปรับ ลดลง 1.50-2 บาทต่อกิโลกรัม

