ปลุกความร่วมมืออุตฯข้าวอาเซียน กษ.เสนอความร่วมมือทางศก. ปูทางคุมตลาดสิค้าอาหารโลก

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงาน Thai Rice Conference and Exhibition 2010 และบรรยายพิเศษ เรื่อง ผลกระทบจากภาวะวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่มีต่อข้าว ว่า กระทรวงเกษตรฯมีหน้าที่ดูแลเรื่องการผลิตข้าวของประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อปากท้องของคนทั่วโลก โดยประเทศไทยปลูกข้าว เพื่อรองรับทั้งในส่วนของการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกสู่ตลาดต่าง ประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าไทยเป็นประเทศผู้นำอันดับหนึ่งในด้านการค้าข้าวของโลก อย่างไรก็ดีปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบกับผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่มี ต่อข้าว อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยธรรมชาติรวมทั้งโรคและศัตรูพืช จึงมีการหารือและขอความร่วมมือทางด้านอาหารร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศในกลุ่มอาเซียนบวกสาม เพื่อพยายามแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อพัฒนา อุตสาหกรรมข้าวไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

สำหรับความร่วมมือทางด้านอาหารร่วมกันในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะช่วยให้เกิดแนวร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของ โลก โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายที่จะเปิดเสรีการค้าและการลงทุนให้ครบทุกประเทศทั้ง อาเซียนเดิม 6 ประเทศ และอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ ภายในปี 2558 ซึ่งแน่นอนว่าข้าวเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองและให้ความสำคัญเป็น พิเศษจากทั่วโลก เพราะกลุ่มประเทศอาเซียนมีบทบาทที่สำคัญต่อการค้าและอุตสาหกรรมข้าวของโลก เป็นอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการข้าวในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี แสดงถึงความพร้อมและสถานะความเป็นผู้นำในตลาดข้าวอย่างแท้จริง

"ในฐานะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้นำด้านการค้าข้าวมาตลอดประมาณ 30 ปี และมีวิทยาการองค์ความรู้ในเรื่องข้าวที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน จึงสมควรอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะแสดงบทบาทความเป็นผู้นำ และเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดความร่วมมือขึ้นภายในอุตสาหกรรมข้าวของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของภาคการผลิต การแปรรูป หรือการค้า ความคิดที่รุดหน้าในวันนี้ของอุตสาหกรรมข้าวไทย เป็นตัวอย่างที่ดีที่อุตสาหกรรมอื่นๆ จะได้นำไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาและเพิ่มเติมขีดความสามารถของประเทศ" นายธีระ กล่าว