ชาวนาค้านรัฐสวัสดิการโหดจ่ายยาว15ปี

ชาวนาไม่เห็นด้วยร่าง พ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนา ร้องส่งเงินสมทบนาน 15 ปี กว่าจะได้บำนาญต้องรอ 65 ปีขึ้นไป

นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย เปิดเผยหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับจังหวัดที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 1518 ก.ค. ว่า ที่ประชุมได้หารือประเด็นนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติกองทุนสวัสดิการชาวนา ตามแผนยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 25502554 ที่ผ่านความเห็นชอบในหลักการ จากคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิต และจะเสนอคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติเดือนส.ค.นี้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ คาดใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จเดือน พ.ย. 2553

ทั้งนี้ ทางชาวนาเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ชาวนายังมีความเห็นข้อกำหนดเงื่อนไขไม่ตรงกันกับรัฐบาล โดยชาวนาทั่วประเทศต้องการให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แก้ไขร่างพรบ.ฉบับดังกล่าวก่อนที่จะนำมารับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากชาวนา ทั่วประเทศ 3.7 ล้านครัวเรือน โดยประเด็นที่ต้องแก้ไขมากที่สุด คือเช่น อายุของชาวนาที่มีสิทธิรับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต ทางรัฐมนตรีเห็นว่า 65 ปีขึ้นไปมีสิทธิ ชาวนาเสนอ 55 ปีขึ้นไปมีสิทธิ สาเหตุเพราะ หากรอรับเงินบำนาญที่ 65 ปีขึ้นไปนั้นไม่เหมุสม เพราะชาวนาทำนางานหนักตลอดชีวิต อยู่กลางแดดใช้แรงกายอย่างหนัก และใช้ปุ๋ยเคมี พวกเรามีร่างกายแก่ชราก่อนวัยโดยร่างกายคงไม่สามารถคงทนไปจนถึง 65 ปี เรียกได้ว่าพวกเราจะตายก่อนที่จะอายุ 65 ปีเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นเมื่อรัฐบาลต้องการแสดงเห็นชาวนาควรกำหนดให้รับเงิน บำนาญที่อายุ55 ปีขึ้นไป หรือหากไม่ได้จริง ก็ขอที่ 60ปีขึ้นไปเท่ากับเกณฑ์ของข้าราชการไทย หรือเงื่อนไขส่งเงินสมทบ 15 ปีขึ้นไป จึงได้บำนาญ ชาวนาเห็นว่านานเกินไป ชาวนา คงตายก่อนส่งเงินครบ 15 ปี

ดังนั้น ตามข้อมูลรัฐบาลเสนอกรอบแนวทางเบื้องต้น ให้สมาชิกส่งเงินสะสม 3% หรือส่วนหนึ่งของรายได้จากการขายข้าวสมทบเข้ากองทุนและรัฐบาลสมทบอีก 6% หรือประมาณ 2 ส่วน โดยผู้รับสิทธิประโยชน์ต้องมีอายุ 65 ปี และเป็นสมาชิกครบ 15 ปี จะได้รับบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต หากเป็นสมาชิกไม่ครบอายุ ตายหรือทุพพลภาพ ได้รับบำเหน็จครั้งเดียว ซึ่งลักษณะกองทุนสวัสดิการชาวนาเหมือนกับกองทุนทั่วไป คือสมาชิกส่งเงินสะสม 3% คิดจากรายได้จำหน่ายข้าวเปลือกแต่ละปี (เฉลี่ยถือครอง 16 ไร่ต่อครัวเรือน เท่ากับต้องส่งเงิน 2,880 บาทต่อปี) และรัฐสมทบ 6% ราว 5,760 บาท

นายวิเชียร กล่าวว่าประเด็น ดังนั้นรัฐบาลครบยกเลิกเงื่อนไขนี้ลงเสียเพราะเมื่อชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกร แล้ว และส่งเงินสมทบตามเงื่อนไนก็ควรมีสิทธิ์รับเงินสวัสดิการดังกล่าว เช่นเดียวกับพรบ.ประกันสังคมของกลุ่มแรงงานตามโรงงาน หรือหากทำไม่ได้ก็ควรลดเงื่อนไขการส่งเงินสบทบจาก 15 ปี หรือเพียง 12 ปีเท่านั้น

"อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐกำหนดความชัดเจนว่าเงินสมทบที่ชาวนาจะต้องส่งประมาณเท่าใดต่อ เดือนและเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิตจะได้เดือนละเท่าไร และได้ในเงื่อนไขต่อ 1
ครอบครัว หรือได้ต่อรายหัว 1 คน อีกทั้งต้องยืนยันว่าหากชาวนารายได้ได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิตจะต้อง ไม่ไปตัดสิทธิ์รับเงินเบี้ยชราที่รับจากองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นเดือนละ 500 บาทด้วยเช่นกัน" นายวิเชียรกล่าวย้ำ