มงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ "ปัญหาไข่ไก่จะไม่เกิด ถ้าไม่เห็นประโยชน์ส่วนตัว"

อีโค โฟกัส

ถือเป็นเรื่องร้อนแรงทีเดียวสำหรับปัญหา "ไข่แพง" ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการ "เปิดเสรี" ให้ผู้ประกอบการรายใดก็ได้นำเข้าแม่ไก่ จากเดิมจะจำกัดโควตาการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ในวงจำกัดผ่านบริษัทเอกชน 9 ราย กับอีก 1 สหกรณ์

ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าแม่พันธุ์ไข่ไก่อยู่แล้วจำนวน 405,721 ตัว ในมุมมองของผู้ประกอบการธุรกิจ และเกษตรกรที่เลี้ยงไข่ไก่ถือว่าเพียงพอต่อ ความต้องการของประชากรในประเทศ เพราะแม่ไก่แต่ละตัวสามารถให้ผลผลิตไข่ไก่ได้มากถึง 300 ฟองใน 52-54 สัปดาห์โดยเฉลี่ย แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรจะมีการยืดเวลาออกไปเป็น 72-74 สัปดาห์

แต่จากปัญหาราคาไข่ที่แพงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีใครกล้าฟันธงได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วเกิดจากใคร ประกอบกับที่ผ่านมาการทำงานของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และ ผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) มีความผิดพลาดในการทำงานในตลอดระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการลดโควตาการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่แบบมีนัยยะ จากเดิมตกลงกันว่าจะ นำเข้าในจำนวน 4 แสนตัว แต่พอดำเนินการจริงกลับมีการนำเข้าในจำนวนที่ลดลงเหลือเพียง 3.6 แสนตัวเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง นายอภิสิทธิ์ถึงกับขู่ที่จะยุบเอ้กบอร์ด หลังจากที่มติที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าแม่พันธุ์ไก่โดยเสรีแบบไม่กำหนด โควตาว่าต้องนำเข้าเท่าไหร่ เพื่อหวังที่จะแก้ปัญหาราคาไข่ไก่แพง

งานนี้เกษตรกรหลายรายถึงกับก้นร้อน โดยเฉพาะรายย่อย เพราะรู้ดีว่าอนาคตจะ เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ซึ่ง นายมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวหากมองให้ดีเกิดจากปัญหาพ่อค้าคนกลางบางกลุ่มที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพราะไม่ว่าราคาขึ้นจะถูกหรือแพง ยังคงขายในราคาใกล้เคียงกัน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงและผู้บริโภค

0 ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่

ราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มตอนนี้ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 2.80 บาท ซึ่งมีการปรับขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.30 บาท และ 2.45 บาท ถือเป็นราคาที่ไม่แพงเกินไป เพราะช่วงเวลานี้ของทุกปีราคาไข่ไก่จะมีการปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ประมาณนี้ อยู่แล้ว ซึ่งปีก่อนก็ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.60 บาท

ปีนี้ประเทศไทยประสบปัญหาอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ไก่รับน้ำไม่เพียงพอ และอุณหภูมิในโรงเรือนมีการปรับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ไก่ไม่สบาย และมีโรคแทรกซ้อน จึงทำให้ผลผลิตออกมาน้อย ส่งผลให้สถานการณ์ไข่ไก่ตึงตัว

0 ไข่ไก่จะขาดตลาดหรือไม่

ตอนนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีรายงานว่าไข่ไก่ขาดแคลน เรายังมีไข่ไก่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่จากกระแสข่าวที่ออกมาตอนนี้ ผมมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ให้บริโภคไข่ไก่มากขึ้น เพราะเมื่อมาสัมผัส จริงๆ มันไม่ได้แพงอย่างที่เป็นข่าว เป็นเพียงเรื่องของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างกระแสข่าวให้เกิดความ ร้อนแรง และหวังผลประโยชน์อยากได้พันธุ์สัตว์เป็นของตัวเอง

0 ราคาไข่ไก่ใครกำหนด

กลุ่มพ่อค้าคนกลาง กลุ่มคนเหล่านี้เคยซื้อไข่ถูกตลอด ไม่ว่าราคาส่งไข่ไก่จะขึ้นหรือลง กลุ่มพ่อค้าคนกลางก็ยังคงขายในราคาที่ไม่แตกต่างจากเดิมมาก ซึ่งหากมองไปแล้วกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์คือคนกลุ่มนี้ ถ้าเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้าน ยังถือว่าราคาไข่ไก่ในประเทศไทยต่ำกว่าชาวบ้านพอสมควร ตอนนี้กำไรการขายไข่ไก่อยู่ที่ประมาณ 10% ถือว่าปรับตัวดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ได้กำไรไม่ถึง 10% เราเพิ่งมาได้กำไรช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเอง นับจากเดือน มี.ค.-เม.ย.เป็นต้นมา

0 จากการเปิดเสรีครั้งนี้มองว่าจะเป็นอย่างไร

ไม่ต้องถึงอนาคต เอาแค่ช่วงปลายปีนี้ประมาณ ต.ค.-พ.ย.นี้ ก็ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว กลุ่มผู้ผลิตรายเดิมที่เคยขอให้เขาลดกำลังผลิตลง เขาคงไม่ลดแล้ว เพราะตอนนี้สัญญาณหลายอย่างเริ่มส่งผลกระทบ

0 มองสถานการณ์ปีหน้าเป็นอย่างไร

ปีหน้าน่าห่วงมาก เพราะมีการนำเข้าเสรีเพิ่มขึ้นอีก ก่อนหน้านี้ก็อยู่กันอย่างลำบากอยู่แล้ว

0 ช่วงไหนได้รับผลกระทบมากที่สุด

ช่วงปี 44-45 ราคาไม่ถึง 1 บาทเกือบทั้งปี ถ้าไม่มีไข้หวัดนกในปี 47 เราคงแย่ไปแล้ว ช่วงนั้นเราอยู่แบบไม่มีกำไรมา 4-5 ปีติดต่อกัน พอมีหวัดนกช่วงนั้น เราเริ่มมีกำไร หลังจากกลุ่มเกษตรกรมีการปรับปรุงระบบการเลี้ยงแบบใหม่ในปี 49 จากโรงเรือนเปิด เป็นโรงเรือนปิด ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% ตอนนั้นตัวเลขการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์มีมากถึง 5 แสนตัว

พอมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ไข่ไก่ก็เริ่มล้นตลาดอีกครั้ง ส่งผลให้ปลายปี 50 ราคาไข่ไก่เริ่มตกต่ำจนถึงปี 52 ช่วงนั้นประมาณปี 51 เราได้เดินทางไปร้องเรียนกับภาครัฐร่วมกับ 2 สมาคม 4 สหกรณ์ และ 5 ชมรม เข้าไปร้องเรียนกับคณะกรรมการเอ้กบอร์ด ขอให้เห็นใจเกษตรกร และลดคำสั่งผลิตลดลง 10% เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

0 ตอนนั้นภาครัฐลดการนำเข้าแม่พันธุ์เหลือเท่าไหร่

กว่าจะได้รับความช่วยเหลือให้ลดลงกำลังผลิตลงมาเหลือ 405,721 ตัว ก็นานพอสมควร เพราะเราต้องการให้เกิดความสมดุล เนื่องจากตอนนั้นกำลังการผลิตมันเพิ่มขึ้น มากถึง 20% ถ้าทำให้มันอยู่ตรงนั้นน่าจะพอดี

0 ก่อนที่รัฐจะให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อความเสี่ยงในการเลี้ยงไก่มีมากขึ้น หลายรายก็เลยต้องเลิกอาชีพเลี้ยง ไก่ไข่ไป เพราะไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ หลายรายเปลี่ยนไปทำ อาชีพอื่นๆ แต่จากความช่วยเหลือวันนั้นทำให้ไข่ไก่วันนี้เริ่มมีเสถียรภาพ

0 ก่อนหน้านี้มีการแก้ปัญหาไข่ล้นตลาดอย่างไร

ที่ผ่านมาเวลาไข่ล้นตลาดก็เหมือนกับเราทำร้ายเกษตรกร ดังนั้น จึงควรมีการ ช่วยเหลือ คือ การกำจัดมันออกไป ตัวผมเองพยายามต่อสู้ วิธีการครั้งนี้เหมือนทำร้ายคนอ่อนแอ พอมีคนซื้อถูก เกษตรกรก็ถูกทำร้าย ดังนั้นเราจึงต้องปรับสมดุล

0 มองอนาคตเป็นอย่างไรบ้าง

ถ้ามีการเปิดเสรีอย่างนี้ คาดว่าอีก 3 ปีคงไม่เห็นเกษตรกรรายย่อย เพราะเขาคงต้องเปลี่ยนอาชีพ เนื่องจากขาดทุนทุกวัน ขณะที่การแก้ปัญหาด้วยการฆ่าแม่ไก่ก็มีต้นทุนตัวละ 14 บาท

การขาดทุนอยู่ที่ปริมาณของไข่ไก่ที่จะออกมา หากแนวโน้มยังเป็นอย่างนี้ เกษตรกรคงแย่กันหมด เพราะไม่แน่ใจว่าราคาไข่ไก่จะมีต้นทุนอยู่ได้ที่ฟอง ละ 50 สตางค์หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเกษตรกรคงต้องฆ่าแม่ไก่

0 แต่หากราคาไข่ถูก ผู้บริโภคก็จะได้ซื้อไข่ไก่ในราคาที่ถูกลง

แม้ว่าต้นทุนของไข่ไก่จะถูกลง แต่ผู้บริโภคก็จะซื้อไข่ไก่ในราคาที่ถูกไม่ได้มาก เพราะการกำหนดราคาอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง แม้ว่าราคาไข่จะถูกลงหรือแพงขึ้น พ่อค้าแม่ค้าก็ยังคงขายไข่ไก่ในราคาเดิม ผลประโยชน์ก็ตกอยู่ที่พ่อค้าแม่ค้าคนกลางบางกลุ่ม

0 หลังจากนี้จะมีการเรียกร้องอะไรเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่

เราจะมีการรวมตัวกับเกษตรกรทั่วประเทศเพื่อหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 18 ก.ค.นี้ เพราะการนำเข้าเสรีควรมีการจำกัดปริมาณ จึงจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ แต่ หากเป็นอย่างนี้ในอนาคตไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร

0 ตอนนี้ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่มากแค่ไหน

ประมาณ 30% ของโรงเรือนทั้งหมด ถ้าเพิ่มอีกประมาณ 10 ล้านตัว ก็จะมีไข่ออกมา 8 ล้านฟองต่อวัน เมื่อถึงเวลานั้นจะนำไข่ที่ผลิตออกมาไปอยู่ตรงไหน และถ้าเกิดเลี้ยงเต็มพื้นที่ก็จะทำให้มีไข่ไก่สูงถึง 2,000-3,000 ล้านฟอง

0 อัตราการเลี้ยงที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่

ผมยังยืนยันว่าควรอยู่ที่ 405,721 ตัว แต่จะแบ่งโควตากันอย่างไร ก็ต้องมีดูกันอีกที ทางเลือกดังกล่าวถือว่าดีที่สุด ถ้าเห็นแก่เกษตรกร ไม่เห็นแต่ส่วนตัว ควรจะเป็นอย่างนี้ คือ มีการควบคุมปริมาณการเลี้ยง

0 อยากให้มีการรณรงค์ให้ผู้บริโภครับประทานไข่มากขึ้นหรือไม่

เรื่องนี้ถือเป็นนามธรรม เพราะการกำหนดให้ผู้บริโภครับประทานไข่เฉลี่ย ที่ 150-180 ฟองต่อคนต่อปี จริงๆ แล้วผู้บริโภครับประทานมากกว่านั้น และในทางตรงกันข้ามก็ไม่สามารถบังคับให้รับประทานเพิ่มได้ ยกตัวอย่าง เราเคยรับประทานไข่ดาววันละ 1 ฟอง จะให้รับประทาน 2 ฟองก็เป็นไปไม่ได้ เคยรับประทานแค่ไหนก็แค่นั้น นอกจากนี้ ยังมีไข่เป็ดที่อยู่ในตลาดอีก 3-4 ล้านฟองต่อปี ผมพูดจากใจเลยว่า ภาพที่เห็นมันชัดเจน กว่าเกษตรกรจะไปถึงจุดนั้น คงเจ๊งกันไปแล้ว