เปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่วุ่น 2 สมาคมผลิตไข่ไก่ค้านหัวชนฝา หวั่นทำผลผลิตล้นตลาด ฉุดราคารูด รายย่อยม้วนเสื่อ เตรียมถกสมาชิกทั่วประเทศหาทางออก วงในเผยมีรายใหม่ 4-5 รายเตรียมนำเข้าพ่อแม่พันธุ์กว่า 2 แสนตัว ด้านบริษัทเอ.เอฟ. อี.ฯ โชว์แผนลงทุนรับเปิดเสรี กรมปศุสัตว์รับบัญชา"อภิสิทธิ์" ไฟเขียวนำเข้าไม่จำกัดจำนวน เตรียมใช้อี-เซอร์วิสคุมเกมลูกไก่ล้น-ขาดตลาด
นายมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ว่า หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่มีแผนการผลิตรองรับร่วมกันที่ดีพอตามหลักดี มานด์-ซัพพลาย จะทำให้เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ ราคาไข่ไก่ที่ผู้เลี้ยงขายได้จะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรรายย่อยที่มีสายป่านไม่ยาว อาจถึงขั้นปิดกิจการและในที่สุดจะเหลือแต่ผู้เลี้ยงรายใหญ่
" อยากย้อนถามคนที่สั่งเปิดเสรีว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้วจะทำอย่างไร เตรียมแผนรองรับไว้หรือไม่ เท่าที่ทราบเบื้องต้นเวลานี้มีรายใหม่ที่ประสงค์จะเป็นผู้นำเข้าพ่อแม่ พันธุ์ไก่ไข่ 4-5 ราย ปริมาณรวมกันกว่า 2 แสนตัว/ปี จะทำให้มีแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกกว่า 20 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่เพิ่มอีก 15-16 ล้านฟองต่อวัน หรือกว่า 5,000-6,000 ล้านฟองต่อปี"
นายมงคล กล่าวต่อไปว่า ทางสมาคม ได้คัดค้านการเปิดเสรีไปแล้ว และขณะนี้รอฟังผลการประชุมของสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ซึ่งจะจัดการประชุมสามัญ ประจำปีในวันที่ 17 ก.ค. 2553 จะมีท่าทีอย่างไรต่อนโยบายนำเข้าเสรีพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ โดยประเด็นหลักที่จะหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่คือ เกษตรกรรายกลางและรายย่อยจะอยู่อย่างไรหากเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ เพราะปัจจุบันราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ผู้เลี้ยงขายเฉลี่ยฟองละ 2.80 บาท มีกำไรฟองละ 35-37 สตางค์ เป็นครั้งแรกที่ได้กำไรหลังจากขาดทุนมา 2-3 ปี เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วราคาไข่หน้าฟาร์มของไทยถือว่าถูกที่สุดในโลก เช่น มาเลเซียขายฟองละ 3.30 บาท เวียดนาม 3 บาทกว่า และประเทศอื่นๆ 4-5 บาท/ฟอง
ด้านนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้ผลิตไข่ไก่ กล่าวว่า ภายหลังจาก ครม.ได้มีมติเปิดให้มีการนำเข้าเสรีพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ว่า สมาคมจะใช้เวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมในวันที่ 17 กรกฎาคมศกนี้ เพื่อถกกันถึงความเห็นและทางออกของปัญหาที่จะตามมา ซึ่งขณะนี้เกษตรกรค่อนข้างมีความกังวล เกรงไข่จะราคาตก และขาดทุนในที่สุด สุดท้ายจะเหลือเพียงแต่รายใหญ่เท่านั้น ดังนั้นในฐานะที่ตนเองเป็นนายกสมาคมจะต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกว่าไข่ไก่ ที่จะมีปัญหาไม่ใช่ในปีนี้ แต่จะเป็นปีหน้าอย่ากังวลจนเกินไปนัก
ขณะเดียวกันอยากจะให้รัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง และข้าวโพดอาหารสัตว์ เพื่อช่วยลดต้นทุน การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย และรายกลาง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆ จะต้องได้รับดอกเบี้ยพิเศษ หรือยกเว้น ซึ่งจะทำให้ผู้เลี้ยงเหล่านี้อยู่รอดได้
"หากเปิดเสรีแล้วทุกอย่างพังพาบกันหมดไม่ใช่เริ่มนับหนึ่ง แต่จะต้องมาเริ่มนับจากศูนย์ กันใหม่เลยทีเดียว เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ใช้ระยะเวลานาน สำหรับไข่ไก่ที่ว่าแพงก็เพราะปริมาณน้อย ซึ่งก็เป็นฤดูกาลของมัน พอเข้าสู่ช่วงภาวะปกติไข่ก็จะออกมา ราคาก็จะถูกลง ราคาไข่ที่แพง ใช่ว่าเกษตรกรจะรวย เพราะไข่แพง ปริมาณก็ออกมาน้อย"
ขณะที่ดร.นรสีห์ ตระกูลช่าง ประธานกรรมการ บริษัท เอ.เอฟ.อี .จำกัด และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อิสระภาคเหนือ และภาคตะวันออกรวม 113 ฟาร์ม กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมสร้างฟาร์มอาทิ โรงเรือน โรงเพาะพัก ที่ทันสมัย ให้ถูกสุขลักษณะตรงตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ที่วางไว้ เพื่อรองรับการเปิดนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่จะใช้ระยะเวลาเตรียมการภายใน 3 เดือน บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ที่จังหวัดชลบุรี ใช้เงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการสร้างโรงเรือน รวมค่าพ่อแม่พันธุ์ และค่าอาหารสัตว์ ในปีแรกวางแผนจะนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ปีละ 50,000 ตัว โดยจะนำเข้าเฉลี่ย 2 เดือนต่อครั้ง ครั้งละ 8,000 ตัว ต้นทุนการผลิตลูกไก่คาดว่าจะอยู่ที่ 17.50 บาทต่อตัว กลุ่มลูกค้าหลักคือ 113 ฟาร์มในเครือข่าย รวมถึงจำหน่ายให้กับผู้เลี้ยงทั่วไป ส่วนราคาจำหน่ายจะบวกเพิ่มจากต้นทุนเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับสมาชิกที่เป็นหุ้น ส่วนจะตกลงกัน
"ธุรกิจนี้ไม่จำเป็นต้องมีกำไร เพราะเป้าหมายหลักคืออยากให้เกษตรกรมีลูกไก่ราคาถูกหมุนเวียนไม่ขาด และไม่มีการบังคับว่าสมาชิกจะต้องมาซื้อ เป็นแต่เพียงสัญญาใจกันเท่านั้น ส่วนเงินที่จะลงทุนในครั้งนี้แต่ละคนก็ลงตามสัดส่วนหุ้นในบริษัท ส่วนกรณีที่ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ออกมาแสดงความกังวลว่าการเปิดเสรี พ่อแม่พันธุ์จะทำให้ไข่ล้นตลาด และราคาตกนั้นคงไม่เกี่ยวกับเรา เพราะไข่ฟองแรกที่เกิดจากลูกไก่ของเราจะเกิดประมาณปลายปี 2554"
อย่างไรก็ดี ดร.นรสีห์ กล่าวว่า อาจต้องทบทวนกันใหม่ เพราะมติ ครม.ได้เปิดเสรีทั้งระบบ เรียกว่าเกินคาดคิด จากเดิมคาดว่าจะได้เพิ่มเฉพาะในส่วนที่บริษัทยื่นขอนำเข้า 50,000 ตัวต่อปี เมื่อเป็นการเปิดเสรีทั้งระบบ ทางกลุ่มจะได้มีการประชุมหารือกันในสัปดาห์หน้า ในประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ อาทิ การนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จะใช้พันธุ์ไหน จากประเทศใด ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้ผลิตจากหลายประเทศเสนอตัวเข้ามาบ้างแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย คาดว่าจะเลือกใช้พันธุ์ที่เกษตรกรคุ้นเคย
นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการลงมาเป็นพิเศษว่าหากรายใดต้องการจะนำเข้าพ่อแม่ พันธุ์ สามารถแจ้งได้ที่กรมปศุสัตว์โดยที่ไม่ต้องผ่านคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่ และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) เหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้กรมปศุสัตว์จะอำนวยความสะดวกให้ โดยผู้ที่จะมาขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จะต้องมารับเอกสารไปกรอกรายละเอียดต่างๆ เช่น จะนำเข้าจากประเทศไหน ประเทศนั้นมีการเลี้ยงดูอย่างไร เพื่อป้องกันโรคระบาด เช่นไข้หวัดนก หลังจากนั้นทางกรมปศุสัตว์จะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจความพร้อมของผู้ที่จะขอนำ เข้าในเรื่องมาตรฐานของฟาร์ม ว่าได้ตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ หากผ่านจะมีการอนุญาตให้นำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้ทันที โดยไม่มีการจำกัดจำนวนขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่จะนำเข้า และขนาดของฟาร์ม เป็นต้น
"ขณะนี้มีสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้วแจ้งความจำนงมาแล้วที่จะนำเข้า 3,000 ตัว/ปี ส่วนบริษัทรายเดิมทั้ง 9 รายนั้นยังคงโควตาเดิม ซึ่งปีหนึ่งประมาณ 400,000 ตัว (405,721 ตัว)แต่ขณะนี้ได้นำเข้ามาแล้วประมาณ 208,000 ตัว รวมกับรายใหม่ที่จะนำเข้าเป็น 211,000 ตัว"
นายปรีชา เสริมอีกว่า กรณีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์นี้คาดว่าจะมีรายใหม่มาขอไม่ต่ำกว่า 2-3 ราย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำได้ เนื่องจากจะต้องมีสถานที่เลี้ยงถูกต้องตามสุขลักษณะ และได้รับรองมาตรฐาน นอกจากนี้จะต้องระบุแหล่งนำเข้า และจะต้องมีใบรับรองจากต่างประเทศว่าปลอดโรค ในเรื่องการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์นี้หากเกษตรกรรายใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่ กรมปศุสัตว์
จากนี้ไปภายหลังจากรายใหม่และรายเก่ามีการนำพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่เข้ามาแล้ว ทางกรมปศุสัตว์จะมี E-service บริการเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ เกษตรกร และเอ้กบอร์ด ในการพิจารณาและคาดการณ์ถึงปริมาณการผลิตลูกไก่ว่าจะล้นตลาด หรือไม่เพียงพอ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

