ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ราย ใหญ่-กลางร้องจ๊าก หวั่นปีหน้าไข่ไก่ล้นตลาด หลัง "มาร์ค" เปิดเสรีให้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่โดยไม่จำกัดปริมาณการนำเข้า ด้านรายใหญ่เตรียมแก้เกมกลัวลูกเล้าทิ้งคิวจองลูกไก่ งัดมาตรการ ดัมพ์ราคามาใช้แข่งขัน ขณะที่ "เอเอฟอี" พร้อมยื่นขออนุญาตกรมปศุสัตว์นำเข้าทันทีที่ ครม.มีมติอีกครั้ง
ผู้ สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานสถานการณ์ไข่ไก่หลังจากที่ ครม.มีมติให้เปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (P.S.) ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่หลายรายต่างพูดตรงกันว่า การเปิดเสรีให้มีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่โดยไม่มีการ "จำกัด" โควตาการนำเข้าโดยรวม จะส่งผลทำให้ไข่ไก่ล้นตลาดเหมือนกับที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2544-2545 เนื่องจากการเปิดเสรีครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเกิดผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่รายใหม่ ๆ แต่บริษัทผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์เดิมทั้ง 9 รายต่างก็มีสิทธิ์ที่จะขออนุญาตนำเข้าได้เช่นกัน
ทั้งนี้เฉพาะ 6 เดือนแรกของปีนี้ มีการนำเข้าลูกไก่ไข่ P.S. ไปแล้วประมาณ 195,000 ตัว (จะได้ลูกไก่ไข่ประมาณ 19 ล้านตัว) แบ่งเป็นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ประมาณ 47,000 ตัว, บริษัทอาหารเบทเทอร์ เครือเบทาโกร ประมาณ 45,000 ตัว, บริษัทแหลมทองฟาร์ม ประมาณ 29,000 ตัว, บริษัทฟาร์มไก่พันธุ์เกิดเจริญประมาณ 13,000 ตัว, บริษัทฟาร์มกรุงไทย ประมาณ 9,300 ตัว, บริษัทยูไนเต็ดฟีดดิ้ง ประมาณ 7,800 ตัว, บริษัทยู่สูงอาหารสัตว์ ประมาณ 6,048 ตัว, ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดมชัยฟาร์ม ประมาณ 3,300 ตัว และบริษัทสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี ประมาณ 13,440 ตัว
1 ใน 9 บริษัทผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ในปัจจุบัน กล่าวว่า ความกังวลของฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ว่า ไข่ไก่จะล้นตลาดในช่วงไตรมาส 3 ต่อ 4 ของปี 2554 จะส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อราคาลูกไก่ไข่โดยอัตโนมัติ โดยเชื่อว่าราคาลูกไก่ไข่จะปรับตัวลดลงในเร็ว ๆ นี้ "ในขณะนี้ผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์รายใหญ่ ๆ กลัวกันว่า ลูกเล้าจะทิ้งคิวจองลูกไก่ไข่ จากที่เคยขายได้ถึงตัวละ 30 บาทก็จะต้องลดราคาลง อาจเกิดปรากฏการณ์ดัมพ์ลูกไก่ไข่เข้ามาในตลาด
อย่าง ไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่กำลังรอมติ ครม.ที่ส่งเวียนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทุกคนไม่แน่ใจคำว่า "เสรี" กินความหมายมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่อีกด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวที่จะ "จำกัด" ปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ตลอดทั้งปีไว้ไม่ให้เกิน 405,721 ตัว แต่จะเปิดให้มีจำนวนผู้นำเข้าเพิ่มมากกว่า 9 รายในปัจจุบัน
"กระทรวง เกษตรและสหกรณ์กำลังหาทางที่จะจำกัดปริมาณการนำเข้าไว้ไม่เกิน 405,721 ตัว สะท้อนผ่านมาทางความเคลื่อนไหวของนักการเมือง หลาย ๆ คน ตรงนี้จะมีการนำเข้ามาหารือในการประชุม คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ครั้งต่อไป หลังจากที่มติ ครม.เรื่องเปิดเสรีถูกส่งมาที่กระทรวงแล้ว โดยจะดูว่า Egg Board ยังสามารถใช้เป็นกลไกบริหารจัดการการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ได้อีกหรือไม่ หากไม่ได้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี Egg Board อีกต่อไป" แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่า ในจำนวนผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ทั้ง 9 รายในปัจจุบัน มีเพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) กับบริษัทอาหารเบทเทอร์ในเครือเบทาโกรเท่านั้น ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะรับมือกับการแข่งขันในอนาคตที่จะเกิดจากการเปิดเสรี การนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ในขณะที่ผู้นำเข้าที่เป็นฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลางเริ่มวิตกกังวลหากเกิด สถานการณ์ไข่ไก่ล้นตลาดเหมือนกับที่เกิดขึ้นมาในอดีต
"ทุกคนรู้ว่า ไข่ไก่จะต้องล้นตลาดแน่ ๆ หากไม่มีการจำกัดปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ การทุ่มตลาดลูกไก่ หรือการทุ่มตลาดไข่ไก่จะหวนกลับคืนมาอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากสำหรับผู้เลี้ยงไก่ไข่อิสระรายย่อยที่กำลังหลง ระเริงอยู่กับการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์โดยเสรี ในส่วนนี้ผู้เลี้ยงไก่ไข่ในภาคตะวันออกกับภาคเหนือรู้ดีว่าเมื่อเปิดเสรี ขึ้นมาจริง ๆ สุดท้ายเมื่อตนเองได้รับโควต้านำเข้าด้วยก็สู้ยักษ์ใหญ่ไม่ได้ เหตุการณ์ก็จะหวนกลับไปเหมือนช่วงไข่ล้นตลาดในปี 2545" แหล่งข่าวกล่าว
ล่า สุดเริ่มมีความเคลื่อนไหวในการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่จากกลุ่มที่เคยถูก คณะกรรมการที่ปรึกษา Egg Board กีดกันในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทเอเอฟอี ซึ่งขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ถึง 58,100 ตัวได้แสดงความพร้อมที่จะยื่นเรื่องขออนุญาตนำเข้ากับกรมปศุสัตว์แล้ว
โด ยลอตแรกอาจจะนำเข้าไม่มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของบริษัทที่รัฐบาลเปิดให้มีการนำเข้า พ่อแม่พันธุ์โดยเสรีอย่างรวดเร็วเช่นกัน

