หอการค้าไทยกางโพลล์ ภัยแล้งปีนี้เผา 1.75 ล้านไร่ วอด 4.3-6.5 พันล้านบาท "ธนวรรธน์" ชี้ยังไม่รุนแรงหากเทียบปี 2547 ที่สูญ 37,000 ล้านบาท
นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอค้าการไทย เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง "ทัศนะต่อสถานการณ์ปัจจุบันต่อผลกระทบภัยแล้ง" ระหว่างวันที่ 7-11 มิ.ย. จากกลุ่มเกษตรกร 1,795 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดย 80% ปริมาณผลผลิตลดลง ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าโดยรวม 65.5% ลดลง ขณะที่ 31% ไม่เปลี่ยนแปลง และมี 3.4% ระบุเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยรายได้จากการขายสินค้าลดลง 19.4%
โดยพื้นที่ได้รับความเสียหาย 1.75 ล้านไร่ แยกเป็นตะวันออกเฉียงเหนือ 7.6 หมื่นไร่ ภาคกลาง 3.51 แสนไร่ ภาคเหนือ 1.29 ล้านไร่ ภาคใต้ 2.4 หมื่นไร่
จากผลสำรวจ ประเมินได้ว่าผลกระทบของปัญหาภัยแล้งต่อเศรษฐกิจโดยรวมทั้งสิ้น 4,350-6,550 ล้านบาท แบ่งเป็นผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม เช่น พืชผล ประมงและปศุสัตว์ เสียหาย 2,600-3,900 ล้านบาท ผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ ภาคเกษตรกร เช่น การลดพื้นที่ทำการเกษตร เสียหาย 1,200-1,800 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป เสียหาย 400-600 ล้านบาท ภาคบริการ เช่น โรงแรมและธุรกิจต่อเนื่อง เสียหาย 150-250 ล้านบาท
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้น กระทบต่อจีดีพีประเทศน้อยมาก เมื่อคิดจากมูลค่าความเสียหายรวม 4-6 พันล้านบาท หรือกระทบจีพีดีไม่ถึง 1% ซึ่งปีนี้คาดว่าจีพีดีจะมีมูลค่า 9.7 ล้านล้านบาท และผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ยังไม่ถือว่ารุนแรงเท่ากับปี 2547 ที่สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกถึง 13 ล้านไร่ และกระทบต่อภาคเศรษฐกิจกว่า 37,000 ล้านบาท

