เปิดนำเข้าพันธุ์ไก่เสรี เพิ่ม "รายใหญ่" อีก 4-5 ราย ห่วงผู้เลี้ยงรายย่อยสูญพันธุ์

"เปิดนำเข้าพันธุ์ไก่เสรี" กว่าจะส่งผลอีกปีกว่า "ปศุสัตว์" คาดผู้นำเข้าพันธุ์ไก่จะเพิ่มไม่เกิน 4-5 ราย การกระจายจัดสรรลูกไก่ถึงมือเกษตรกรรายย่อยไร้หลักประกัน รายใหญ่ได้แต้มต่อกุมลูกไก่ในกำมือทั้งราคาทั้งการจัดโควต้า แถมแข่งรายย่อยเลี้ยงไก่-ขายไข่เอง เกษตรกรรายย่อยไร้อำนาจต่อรอง มก.เร่งศึกษาโครงสร้างทั้งระบบก่อนสรุปแนวทางแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาไข่แพงที่พอจะเห็นเป็นรูปธรรมในทันที คือ การที่กระทรวงพาณิชย์ทำโครงการไข่ไก่ธงฟ้าราคาถูก ฟองละ 2.70-2.90 บาท ซึ่งขยายเวลาไปถึงสิ้นเดือนก.ค.นี้ แต่สำหรับแนวทางที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำชับให้กรมปศุสัตว์เปิดให้ผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่รายอื่น นอกเหนือจากปัจจุบัน 9 ราย สามารถขอนำเข้าไก่ได้โดยไม่มีการควบคุม โดยหวังว่าจะเพิ่มการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ กว่าจะได้เห็นไข่ไก่ฟองแรกเข้าสู่ตลาดก็ต้องรอเวลาอีก 1 ปี 4 เดือน ซึ่งเมื่อถึงขณะนั้นยังไม่รู้ว่าไข่ไก่จะล้นตลาดจนทำให้ราคาไข่ไก่ตกต่ำอีก หรือไม่ และไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์จะได้อยู่แก้ไขปัญหานี้ หรือจะเปลี่ยนเป็นรัฐบาลชุดใด

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในรายการ "คมชัดลึก" เนชั่นแชนแนล ว่า ภายหลังนายกฯให้นำเข้าพันธุ์ไก่ได้เสรี มีผู้มายื่นขอแล้ว 1 ราย คือ สหกรณ์ไก่ไข่ฉะเชิงเทรา ตนคาดว่าน่าจะมีผู้นำเข้ารายใหม่อีก 3- 4 รายมายื่นขอนำเข้าพันธุ์ไก่ โดยรวมคาดว่าจะมีผู้นำเข้าไก่รายใหม่เพิ่มขึ้น 4-5 ราย ส่วนปริมาณการนำเข้าจะเปลี่ยนแปลงจาก 405,000 ตัวต่อปีอย่างไร ถ้านำเข้าเกินปีละ 405,000 ตัว อีก 1 ปี 4 เดือนจึงจะเห็นว่าไข่ไก่เพิ่มขึ้นเท่าใด นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่แห่งประเทศไทย กล่าวว่าสถานการณ์ไก่ไข่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่มีผลในแง่จิตวิทยาเท่านั้น

สำหรับที่มาของปัญหาไข่แพงในช่วงนี้ เป็นผลพวงจากการแก้ปัญหาไข่ไก่ราคาตกต่ำในปี 49 โดยการตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ที่ตั้งขึ้นตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2549 นายปรีชากล่าวว่า ในปี 49-50 มีการควบคุมการนำเข้าพันธุ์ไก่ให้มีความสมดุลของการผลิตไข่และการบริโภคที่ ระดับ 405,000 ตัว ในปี 51 เริ่มมีการนำเข้ามาต่ำกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ประมาณ 10,000 ตัว ในปี 52 มีการนำเข้าพันธุ์ไก่ 360,000 ตัว ต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ 40,000 ตัว เพราะผู้นำเข้า 9 รายมองว่า ราคาไข่ยังต่ำอยู่ จึงลดการนำเข้าพันธุ์ไก่ ประกอบกับในปีนี้อากาศร้อน และไก่มีปัญหาโรคระบาด จึงทำให้ผลผลิตไก่ปีนี้ต่ำ

นอกจากปัญหาที่ผู้นำเข้าร่วมกันลดปริมาณการนำเข้าไก่แล้ว ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การกระจายไก่ไม่ทั่วถึง เพราะผู้นำเข้าพันธุ์ไก่ทำครบวงจร คือ นำเข้าพันธุ์ไก่, ผลิตลูกไก่, ผลิตไก่สาว, และผลิตไข่ รวมถึงผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นคู่แข่งกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วไป จึงมีการเก็บพันธุ์ไก่ที่นำเข้าไว้เลี้ยงเองบางส่วน หรือจัดสรรพันธุ์ไก่ให้เกษตรกรโดยมีเงื่อนไขว่าต้องซื้อพ่วงกับอาหารสัตว์ ด้วย นายมาโนชกล่าวว่าผู้นำเข้าไก่รายใหญ่บางรายขยายฟาร์มอย่างมาก การกระจายไก่สู่เกษตรกรไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม และราคาลูกไก่ และไก่สาวแพงเกินไป

สอดคล้องกับนายนรสีห์ ตระกูลช่าง ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคเหนือภาคอิสาน 113 ฟาร์ม เขากล่าวว่าเกษตรกรรายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มีไก่เลี้ยง หรือได้ไก่ไม่พอที่ต้องการเลี้ยง ราคาลูกไก่แพงมาก ซึ่งเกษตรกรซื้อมาเลี้ยงก็ต้องรับความเสี่ยงเองในเรื่องราคาไข่ แต่ที่สำคัญคือเกษตรกรไม่มีไก่เลี้ยง ก็ไม่มีไข่ขาย การที่ไข่ราคาแพงผู้ที่ได้ประโยชน์ครั้งนี้ไม่ใช่เกษตรกรรายย่อย

นายอุทัย คันโธ ผู้อำนวยการสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ระบุว่า การเปิดเสรีให้นำเข้าพันธุ์ไก่ รัฐบาลตัดสินใจเร็วเกินไปหน่อย เพราะเพิ่งให้มหาวิทยาลัยเกษตรศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขในเรื่อง นี้ ตนเห็นว่าการเปิดให้นำเข้าพันธุ์ไก่ได้เสรี แน่นอนว่าสามารถแก้ปัญหาการขาดลูกไก่ได้ แต่ผู้นำเข้ารายใหม่ที่มีศักยภาพในการนำเข้าพันธุ์ไก่จริงมีไม่กี่ราย และไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาการกระจายไก่ไปถึงเกษตรกรรายย่อยได้หรือไม่

ถ้ารัฐบาลจะเปิดให้แข่งขันกันอย่างเสรีเกษตรกรอิสระจะต้องได้รับการพัฒนาขึ้นมาให้สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ เนื่องจากผู้นำเข้าที่ทำครบวงจรก็มีอำนาจจัดสรรไก่ มีการขายพ่วงอาหารสัตว์ และยังเลี้ยงไก่เอง ขายไข่เองด้วย รายใหญ่ยังได้เปรียบค่อนข้างมาก นอกจากนี้ เขาเกรงว่า "หากให้นำเข้าเสรีมากๆอาจจะมีภาวะไข่ล้นตลาดเหมือนช่วงก่อนที่มีเอ้กบอร์ด มองว่าการกำหนดจำนวนนำเข้ารวมไม่ให้เกิน 405,000 ตัวต่อปี ยังมีความจำเป็น แต่ควรกระจายให้ทั่วถึง เพราะปัญหาหลักคือไก่มีการกระจุกตัว"

อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยอาจจะมีผู้นำเข้าพันธุ์ไก่รายใหม่ที่เป็นตัวแทนเกษตรกรอิสระ 113 ฟาร์ม ที่นำเข้าเพื่อจัดสรรให้เกษตรกรอิสระที่ไร้อำนาจต่อรองกับรายใหญ่ นายนรสีห์กล่าวว่ากลุ่มเกษตรกรอิสระ 113 ฟาร์ม เคยขอนำเข้าพันธุ์ไก่ตั้งแต่ปี 46 แต่ก็ไม่สามารถนำเข้าได้ จึงเห็นด้วยที่ให้นำเข้าได้เสรี นายนรสีห์มองว่าปัจจุบันเกษตรกรแบ่งได้เป็นเกษตรกรมีสังกัด คือ ทำคอนแทร็คฟาร์มมิ่ง ซื้ออาหารสัตว์จากผู้นำเข้า 9 ราย และเกษตรกรไม่มีสังกัดคือผสมอาหารไก่เอง ไม่ซื้อจาก 9 ราย จึงไม่มีไก่มาเลี้ยง

นายนรสีห์ ในฐานะตัวแทนเกษตรกรอิสระ 113 ฟาร์มแล้ว ยังเป็นประธานกรรมการ บริษัทเอเอฟอีอีกด้วย เขากล่าวว่าบริษัทเอเอฟอีเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรอิสระ 59 ราย เพื่อผลิตอาหารไก่เอง เพื่อลดต้นทุน แก้ปัญหาอาหารไก่แพงและการปลอมปน เขากล่าวว่าหากเกษตรกรสามารถรวมตัวกันได้ สามารถผลิตลูกไก่ไข่เองได้ก็จะมีพันธุ์สัตว์ราคาถูก รวมตัวกันผลิตอาหารสัตว์เองได้ก็จะมีอาหารไก่ราคาถูก ก็จะสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้

มุมมองของนายนรสีห์สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงพันธุ์ไก่ มีการจัดสรรลูกไก่ทั้งปริมาณ และราคาอย่างเป็นธรรม รวมถึงสามารถควบคุมคุณภาพและราคาอาหารสัตว์เองได้ ก็จะเป็นการแข่งขันการค้าอย่างเสรีที่ไม่มีอำนาจเหนือตลาดหรือการผูกขาดตลาด นายอุทัยกล่าวว่าตอนนี้ตลาดมีการผูกขาด มีอำนาจเหนือตลาดเกิดขึ้น มีการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม เช่น การขึ้นราคาขายลูกไก่และไก่สาว เมื่อมีการลดนำเข้าพันธุ์ไก่ 20% ก็มีการขึ้นราคาลูกไก่และไก่สาวตามมา อย่างไรก็ตามในฐานะคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการผลิตไข่ไก่จะศึกษาปัญหาของทั้ง ระบบ ดูผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา และสรุปรายงานเสนอให้กรมปศุสัตว์เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป