พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ได้หารือกับนายกฯ ถึงปัญหาหนี้สินในกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ครม.อนุมัติไปแล้วแต่ยัง ไม่ได้เริ่ม เพราะติดปัญหาการชุมนุมทางการเมือง จึงหารือกับนายกฯอีกครั้งว่าจะต้องปลดหนี้ให้เกษตรกรที่อยู่ภายใต้กองทุน ฟื้นฟูฯ 8 หมื่นราย จากทั้งหมด 5.1 แสนราย วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท วิธีการคือจะให้เกษตรกรชำระหนี้เพียง 50% ของหนี้ทั้งหมด และขอให้ธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้เสียสละอีก 50% ส่วนดอกเบี้ยขอให้ยกเลิกกันไป โดยจะให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้สินคืนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี แต่ถ้าเบี้ยว ธนาคารคงจะกลับมาเรียกเก็บ 100% ทั้งดอกและต้น ขณะนี้ได้พูดคุยกับธนาคารแล้วก็ตกลง เพราะทั้งหมดเป็นธนาคารของรัฐคือธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์
"ธนาคาร ต้องยอมเสียสละบ้าง ที่ผ่านมาได้ดอกเบี้ยไปเยอะแล้ว และคิดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน เพราะที่ผ่านมาเขาจำหน่ายเป็นหนี้เสียไปหมดแล้ว อีกทั้งธนาคารก็มีเงินสำรองอยู่ อย่างไรก็ตามต้องรอให้รมว.คลัง นำเรื่องนี้เสนอต่อที่ประชุมครม. ในวันที่ 22 มิ.ย. จากนั้นจะเริ่มดำเนินการได้ทันที เพราะทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว งบประมาณปี "53 ก็ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 7 เม.ย. จำนวน 1,113 ล้านบาท" พล.ต.สนั่น กล่าว
นายพงษ์เทพ ถิฐาพันธ์ เลขานุการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน กระทรวงการคลัง (ศอก.นส.) เปิดเผยว่า เดือนก.ย.นี้ จะสรุปผลการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยหากสามารถโอนลูกหนี้เข้ามาอยู่ในระบบได้ 50% ของผู้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของธนาคารออมสินและธ.ก.ส. ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งล่าสุดมีประมาณ 5 แสนราย แบ่งเป็นมูลหนี้ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท 3 แสนรายและสูงกว่า 5 หมื่นบาทอีก 2 แสนราย ขณะนี้มีการอนุมัติสินเชื่อรวมกันไปแล้วเพียง 1.54 แสนราย วงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของลูกหนี้ที่ส่งเรื่องมาให้ธนาคาร ช่วงเวลาที่เหลือนี้อยากเร่งรัดปล่อยกู้ให้ได้อีก 1.5 แสนรายเป็นอย่างน้อย
ทั้ง นี้ ยอมรับว่าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบผ่านมานานหลายเดือนแล้วและผลการเจรจา ประนอมหนี้ค่อนข้างน่าพอใจ แต่การส่งข้อมูลจากคณะกรรมการเจรจาประนอมหนี้ระดับอำเภอและจังหวัดเข้าไปที่ ธนาคารทั้ง 6 แห่งที่รับผิดชอบนั้นอาจล่าช้าอยู่บ้าง เนื่องจากติดปัญหาเดือนเม.ย.ที่มีวันหยุดมากและเดือนพ.ค.ที่มีปัญหาความ วุ่นวายทางการเมือง ทำให้กระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตาม เร่งรัดและประเมินผลการดำเนินงานขึ้นมาอีกหนึ่งชุด ซึ่งมีการประชุมกันไปแล้วและจะลงพื้นที่ตรวจสอบในแต่ละจังหวัดเริ่มจาก 9 จังหวัดแรกภายในสัปดาห์นี้ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ สตูล สงขลา ลำพูน เป็นต้น

