นายกฯยังลังเลแจกเงินอุ้มชาวนาแจงให้ใช้ซื้อปัจจัยผลิตต้องมีใบเสร็จให้ ตรวจ

นายกฯ แจงไม่คิดแจกเงินสดชาวนาจูงใจเลื่อนทำนาปี แต่ให้นำไปซื้อปัจจัยการผลิตต้องมีใบเสร็จให้ตรวจสอบ ระบุยังไม่มั่นใจทำได้หรือไม่ รอดูรายละเอียดโครงการอีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอโครงการส่งเสริมการผลิตเพื่อบริโภคและเสริมรายได้ในครัวเรือนให้ แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเลื่อนการทำนาปีจากเดือนพฤษภาคมเป็นเดือนกรกฎาคม ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นเงินสดครัวเรือนละ 1,000 บาท ว่า รัฐบาลก็กังวลเรื่องการจัดซื้อปัจจัยการผลิตในเวลาสั้น จึงคิดว่าจะให้ใช้ระบบให้เกษตรกรไปซื้อแล้วเข้าไปตรวจสอบ แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มั่นใจ จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ไปจัดทำรายละเอียดมา

"ผมและสำนักงบประมาณจะช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ โดยความตั้งใจแล้วไม่ได้แจกเงินสด เพราะไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะแจกเงินสดแล้วเกษตรกรจะนำไปซื้ออะไรก็ได้ จะมีการระบุว่าเขาต้องไปทำอะไร แต่แทนที่เราจะไปจัดซื้อจัดจ้างเอง เราก็ให้เขาไปจัดแล้วนำใบเสร็จมาเบิก แต่ยังดูอยู่ว่าจะทำได้หรือไม่" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

สำหรับหลักการของกระทรวงเกษตรฯ เห็นว่ามีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ต้องเลื่อนการทำนาจากเดือนพฤษภาคมไปถึงกลาง เดือนกรกฎาคม ซึ่งรัฐบาลอยากให้เกษตรกรมีรายได้เสริม แต่ยังไม่ลงตัวเพราะทุกอย่างมันไม่ง่ายในทางปฏิบัติ ดังนั้น ครม.จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ เข้าไปสำรวจว่ามีจำนวนกี่ครัวเรือนและที่ไหนบ้าง และวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสมไม่รั่วไหลจะทำได้อย่างไร เพราะเดิมทีกระทรวงเกษตรฯ เสนอมาว่าหากครัวเรือนไหนเลื่อนการทำนา จะเข้าไปสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอให้มีการพิจารณาโครงการส่งเสริมการผลิตเพื่อ บริโภคและเสริมรายได้ในครัวเรือนให้แก่เกษตรกรที่เลื่อนการทำนาปี ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีขอให้กระทรวงเกษตรฯ กลับไปสำรวจจำนวนเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการใหม่ให้แล้วเสร็จและเสนอให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ได้ขอให้ครม.จัดสรรงบประมาณจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน จำนวน 1,030 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินโครงการดังกล่าว ในพื้นที่ 62 จังหวัด โดยสาเหตุที่ต้องแจกเงินสดให้แก่เกษตรกรไปจัดหาปัจจัยการผลิตเอง เพราะกลัวว่าหากรัฐบาลไปจัดซื้อปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรด้วยตัวเองอาจจะ มีข้อครหาในเรื่องต่างๆ ได้