เครือข่ายปฏิรูปที่ดินชี้ 84 คดีชุมชน 409 ราย

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินชี้ 84 คดีชุมชน 409 ราย กฏหมายยังมีช่องโหว่ให้ชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิในที่ดิน
โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน
สถาบันอิศรา 14 ธ.ค. 52

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย(คปท.) จัดสัมนาเรื่อง “กระบวนการยุติธรรมกับคดีความสิทธิชุมชน” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์) โดย คปท. ได้ให้นำเสนอภาพรวมคดีที่ดินชุมชนทั่วประเทศว่ามีมากถึง 84 คดี มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีทั้งหมด 409 ราย ทั้งนี้ตัวแทนชาวบ้านได้นำเสนอกรณีศึกษาคดีละเมิดสิทธิชุมชนจากทั่วประเทศ

นาย สมศักดิ์ ทองเอี่ยม คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาเรื่องที่ดินส่วนมากเกิดจากความไม่ชัดเจนในการออกเอกสารสิทธิ์ เนื่องจากมีการถือครองก่อนกฏหมายที่ดินปี 2497 จะบังคับใช้ ดังนั้นจึงเกิดช่องโหว่ทางกฏหมายที่เปิดช่องให้นายทุนหรือหน่วยงานรัฐฟ้องร้องชาวบ้านที่ถือครองที่ดิน

นาง สาวศยามล ไกยูรวงศ์ นักพัฒนาเอกชน กล่าวว่า ในบรรดาคดีละเมิดสิทธิชุมชนที่ร้องเรียนเข้ามาในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ง ชาติ คดีเกี่ยวกับป่าไม้ที่ดินมีมากที่สุด และจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการสิทธิฯ พบว่ามีแนวโน้มการลุกล้ำที่ดินของรัฐมากขึ้น พร้อมๆกับแนวโน้มการสูญเสียที่ดินของเกษตรกร ทั้งนี้สาเหตุเกิดจากความไม่เข้าใจปัญหา และกฎหมายที่รวมศูนย์อำนาจ ขณะที่ชาวบ้านไม่รู้กกฏหมาย ทางออกคือชุมชนต้องเข้าใจสภาพปัญหาในพื้นที่ของตน แล้วค่อยผลักดันไปสู่การแก้ไขกฏหมาย และสุดท้ายคือการปรับทัศนะคติของทุกฝ่ายเข้าหากันเพื่อร่วมหาทางออกที่ดีที่ สุด

นาง สาวสุนทรียา เหมือนพะวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวถึงกระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับที่ดิน ป่า และสิทธิชุมชน ว่าตามหลักกฎหมายระบุไว้ว่าผู้ใดที่ทำให้ทรัพยากรอันเป็นสมบัติของรัฐเสีย หายถือว่ามีความผิด ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในชุมชน ดังนั้นต้องพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและหลักกฏหมาย แต่ในแง่ของการปฏิบัติในการพิจารณาคดีความต่างๆเป็นไปได้ยาก

“เรื่อง นี้เป็นเรื่องใหม่ ขณะที่กฎหมายมีกรอบในการใช้ดุลพินิจในการตัดสินที่แบนมาก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้ให้มีชีวิตตามความเป็นจริงอย่างไร เชื่อว่าคนในองค์กรด้านกฎหมายหากได้รับฟังข้อมูลจากประชาชนมากๆ จะมีแนวทางและการดำเนินการที่ชัดเจนในอนาคต

ขณะ ที่นางกำจาย ชัยทอง เครือข่ายองค์กรรักชุมชนเทือกเขาบรรทัด ชาวบ้านคอกเสือ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง กล่าวถึง กรณีถูกละเมิดสิทธิว่า ตนได้รับมรดกที่ดินจากบิดามาตั้งแต่ปี 2508 จำนวน 9 ไร่ ต่อมาถูกอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ฟ้องร้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายที่บุกรุกป่าและทำให้โลกร้อน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,306,875 บาท

“ฉัน ไม่ได้ทำให้โลกร้อน เพราะมันไม่เป็นความจริง มันมาจากอุตสาหกรรม เราเป็นเกษตรกรอยู่อาศัยและทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษสืบทอดจนรุ่นลูก หลาน เหลน”

นายบุณยฤทธิ์ ภิรมย์ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังต่อสู้คดีในชั้นศาลกรณีนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐ ฟ้องชาวบ้านหมู่ 6 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ว่าบุกรุกที่ดินสำนักงานปฏิรูปที่ดิน(สปก.) 1,400 ไร่ ซึ่งพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าถาวร โดยฟ้องอาญาและเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ตนจึงอยากขอความเป็นธรรมเพราะที่ดินเป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้านมาก่อน ซึ่งต้องกลายมาเป็นผู้ถูกดำเนินคดี

นาย วิบูลย์ บุญภัทรรักษา ทนายเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กล่าวถึงกรณีปลูกสวนป่าคอนสารทับที่ดินทำกินชาวบ้าน ต. ทุ่งพระ จ.ชัยภูมิ ซึ่งดำเนินคดีกับชาวบ้าน 31 รายว่า กระบวนการต่อสู้ของชาวบ้านยังมีอุปสรรค เพราะเจ้าหน้าที่รัฐและกระบวนการยุติธรรมยังไม่จริงใจการช่วยเหลือประชาชน