มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยกรอบการศึกษาการปรับโครงสร้างเอ้กบอร์ด มั่นใจเสร็จทันภายใน 60 วัน ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานและกรอบวงเงินเพื่อพิจารณา ชงให้ "ธีระ วงศ์สมุทร" นำรายงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 13 ก.ค. ศกนี้ ย้ำผลที่ออกมาเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
รศ.ดร. สามัคคี บุณยะวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะประธานคณะศึกษาการปรับโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และ ผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างฯขึ้นมาแล้วประกอบด้วยอาจารย์ และธนบดีที่เกี่ยวข้องร่วม 10 คน ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านบริหารธุรกิจ ด้านสำนักกฎหมาย และสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ สัตว์ เป็นต้น เพื่อศึกษาปรับปรุงโครงสร้างเอ้กบอร์ดทั้งในส่วนของคณะกรรมการและภารกิจ ภายหลังจากที่ได้รับมอบหมายจาก รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้คณะทำงานได้นำเสนอขอบเขตการทำงานไป 2 เรื่อง ได้แก่ 1.วิเคราะห์โครงสร้างคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเหตุผลในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา รวมถึงภาระหน้าที่ของบอร์ด โดยข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ได้มาจากกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขาของเอ้กบอร์ดจะเป็นหน่วยงานที่ส่งข้อมูลมาให้ศึกษาเพื่อทำรายงาน การวิจัย และข้อ 2 จะให้ทางสำนักงานวิจัยไปสัมภาษณ์ผู้ประกอบการเอกชนทั้ง 9 รายที่ได้รับสิทธิในการจัดสรรโควตาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ และเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไก่ไข่ เกษตรกร รวมทั้งกลุ่มที่ประสงค์ต้องการให้รื้อการจัดสรรโควตาใหม่ด้วย
หลังจากนั้นจะนำเหตุผลต่างๆ เหล่านั้นมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย แล้วนำข้อมูลทั้ง 2 ด้านที่ได้มาประมวลผลวิเคราะห์ จากการศึกษาโครงสร้างทั้งระบบว่ามีผลไปในทิศทางใด มั่นใจว่าภายใน 1 เดือนจะเห็นความคืบหน้าของคณะทำงาน ซึ่งทั้งสองส่วนนั้นสามารถเริ่มไปพร้อมๆ กันได้ คาดว่ารายงานผลจะเสร็จทันตามกำหนดภายใน 2 เดือน
สำหรับขอบเขตทั้ง 2 ข้อนั้นได้นำเสนออธิการบดีพิจารณาเห็นชอบแล้ว และจะเสนอผ่านกรมปศุสัตว์ เพื่อเสนอให้นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับความคืบหน้าทั้งหมดในวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 พร้อมทั้งเสนอของบประมาณคาดว่าไม่ถึง 1 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทาง ในการไปหาผู้ที่สัมภาษณ์ เป็นต้น
"แรกๆ ที่ได้รับโจทย์มารู้สึกหนักใจ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่ค่อยมีความถนัดในเรื่องดังกล่าว แต่พอได้หารือกับผอ.สถาบันสุวรรณฯ (ศ.ชาญวิทย์ วัชรพุกก์)ซึ่งในอดีตเคยเป็นคณะกรรมการอยู่ในเอ้กบอร์ด จึงรู้สึกโล่งใจ และมั่นใจว่าจะทำให้การทำงานนั้นค่อนข้างเร็วและคล่องตัวมากขึ้น เพราะมีทีมงานที่เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้อยู่แล้ว จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมั่นใจว่าทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะทำ ข้อมูลอย่างระมัดระวัง รอบคอบ และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย"
อนึ่ง คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2549 มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณา การพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ รวมถึงกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ทั้ง หมด องค์ประกอบคณะกรรมการมี 3 ส่วน คือ 1.ภาคราชการ 11 คน คัดเลือกจากภาคเอกชน 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ ที่ประชุมเอ้กบอร์ดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้หารือการแก้ปัญหาไข่ไก่ราคาแพง โดยมาตรการมีทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหาระยะกลางได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปศึกษาปรับ ปรุงโครงสร้างเอ้กบอร์ดให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

