'เจ้าพระยา'เน่าสุด!สารก่อมะเร็งเพียบ

กรีนพีซเปิดผลวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำเจ้าพระยาตอน ล่าง ชี้ชัดมีปริมาณโลหะหนักและสารเคมีอันตรายหลายชนิดปนเปื้อนสูงเกินมาตรฐาน หลายเท่า พบสารก่อมะเร็งในน้ำทิ้งจากโรงงานฟอกย้อม ประจานกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษไม่ปกป้องแหล่งน้ำ จี้รัฐบาลเร่งนำระบบเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษมาบังคับใช้โรงงานอุตสาหกรรม พร้อมตั้งเป้าลดมลพิษเหลือศูนย์

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม กรีนพีซเปิดเผยรายงานล่าสุด ผลการตรวจสอบสารเคมีอันตรายในน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมฟอกย้อมและการปน เปื้อนของสารเคมีในคลองบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ประเทศไทย หลังจากเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งและตะกอนดินจากลำคลองในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ส่งไปยังห้องปฏิบัติการและวิจัยของกรีนพีซสากล มหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษ เพื่อวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนักและสารเคมีอันตราย

นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กรีนพีซได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินจากคลอง สำโรง คลองบางนางเกร็ง และคลองบางปลากด ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างในเขตจังหวัดสมุทรปราการ และเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานฟอกย้อม 2 แห่งในคลองสำโรงส่งไปวิเคราะห์ที่ประเทศอังกฤษ ขณะนี้ได้รับรายงานสรุปว่า พบโลหะหนักและสารเคมีอันตรายที่เป็นพิษต่อสิ่ง แวดล้อมและมนุษย์ปนเปื้อนอยู่ในน้ำทิ้งจากโรงงานฟอกย้อม รวมทั้งน้ำและตะกอน ดินในคลองพบสารเคมีบางชนิดมีปริมาณสูงกว่ามาตรฐานน้ำผิวดินในประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบสารเคมีที่ยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในมาตรฐานของประเทศไทยอีกด้วย

นายพลายกล่าวว่า การตรวจพบสารพิษปริมาณสูงในคลองที่เชื่อมต่อแม่น้ำเจ้าพระยา บ่งชี้ถึงมาตรการควบคุมและตรวจสอบที่หละหลวมของภาครัฐ ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษ เห็นชัดเจนว่าไม่สามารถปกป้องแหล่งน้ำให้รอดพ้นการปนเปื้อนสารพิษได้ ดัง นั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายที่ควรเลิกใช้ โดยมีเป้าหมายลดมลพิษเหลือศูนย์ เพื่อลดการปล่อยสารเคมีในน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

ที่สำคัญคือ เร่งนำระบบการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษมาบังคับใช้โรงงาน อุตสาหกรรม เช่น ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ เพื่อเป็นเครื่องมือทางนโยบาย โดยยึดหลักความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนรับ รู้ หลักการนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้แล้วในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

"ผลสำรวจที่ออกมาเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนอันตรายที่แฝงอยู่ในมลพิษ อุตสาหกรรม เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาแล้วเป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบ และยากที่จะกำจัดสารเคมีเหล่านี้ให้หมดไปจากแหล่งน้ำ ซึ่งบางชนิดก็เป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อชีวิตอย่างร้ายแรง แม้ว่าโรงงานทั้ง 2 แห่งนี้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดในบริเวณนี้ แต่ก็สะท้อนปัญหาการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำสำคัญของไทย" ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ กล่าว

สำหรับสารเคมีอันตรายที่พบจากตัวอย่างน้ำทิ้งของโรงงานฟอกย้อม อาทิ "สารโนนิลฟีนอล" ซึ่งเป็นสารที่คงทนในสิ่งแวดล้อม และรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในสิ่งมีชีวิตและระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ และ "สาร 2-เนฟทาลีนาทมีน" เป็นสารที่ได้จากการสลายตัวของสีย้อมผ้าบางชนิด ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะในคน

ส่วนตัวอย่างน้ำที่เก็บจากคลองสำโรง พบสารโนนิลฟีนอลและไตร-ไอโซ-บิวทิลฟอสเฟต รวมถึงโลหะหนักอย่างทองแดง ตะกั่ว แมงกานีส นิกเกิล และสังกะสี มีค่าเกินมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินของไทยประมาณ 3-8 เท่า และตัวอย่างตะกอนดินพบปนเปื้อนโครเมียม ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว และสังกะสีในระดับสูง โดยสังกะสีมีค่าสูงกว่าค่าความเข้มข้นพื้นฐานมากถึง 30 เท่า

ตัวอย่างน้ำที่เก็บจากคลองบางนางเกร็ง พบสารโนนิลฟีนอลและไตร-ไอโซ-บิวทิลฟอสเฟต และยังพบทองแดงและนิกเกิลสูงกว่า ค่ามาตรฐานน้ำผิวดินของไทยถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ตัวอย่างตะกอนดินจากคลองบางนางเกร็งยังปนเปื้อนโครเมียม ทองแดง สังกะสี และนิกเกิลสูงที่สุดในตัวอย่างตะกอนดินทั้งหมดที่เก็บในการศึกษาครั้ง นี้ โดยค่าสังกะสีและนิกเกิลมีค่าสูงกว่าค่าความเข้มข้นพื้นฐานปกติถึง 30 และ 80 เท่าตามลำดับ