นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จ.สงขลา ประสานความร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และจังหวัดยะลา เร่งศึกษารายละเอียดและเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกล้วยหินซึ่งเป็น พืชเฉพาะถิ่นของจังหวัดยะลา เพื่อยื่นจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อพัฒนาระบบความคุ้มครองกล้วยหินช่วยป้องกันไม่ให้มีการแอบอ้างชื่อ ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นเสริมสร้างและรักษาภาพลักษณ์ สินค้ากล้วยหิน พร้อมสนับสนุนและพัฒนาระบบการผลิตให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านการค้าในอนาคต
“กล้วยหินมีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณ สองฝั่งแม่น้ำปัตตานีในพื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา อดีตเป็นกล้วยป่าธรรมดาซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีลักษณะทั่วไป คือ ลำต้นสูง 3.5-5 เมตร โคนต้นวัดโดยรอบประมาณ 70 เซนติเมตร กาบด้านนอกสีเขียวนวล ก้านใบค่อนข้างสั้น ร่องใบเปิด ปลีคล้ายดอกบัวตูม เครือหนึ่งจะมี 7-10 หวี หนึ่งหวีมีประมาณ 10-15 ผล ซึ่งผล กล้วยหินเป็นรูปห้าเหลี่ยม มีเปลือกหนาทนต่อการกระแทก ทำให้เก็บรักษาได้นาน ผลสุกมีสีเหลือง เนื้อสีขาวอมเหลือง มี รสชาติอร่อยทั้งเหนียวนุ่มและหวานหอม สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด”อธิบดีกล่าว

