พด.เน้นปลูกพืชอื่นทดแทนแก้สิ่งแวดล้อม/ปีหน้าขยายอีกพันไร่
นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เผยว่า จากสภาพปัญหาการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตน้ำจืด ทำให้พื้นที่ข้างเคียงมีปริมาณเกลือสูงขึ้น เกิดการแพร่กระจายของดินเค็ม ทำให้เกิดน้ำเค็ม ระบบนิเวศน์ได้รับความเสียหาย ป่าชายเลนเสื่อมโทรม ที่สำคัญคือเกิดความขัดแย้งในการใช้น้ำและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินดำเนินการฟื้นฟู พื้นที่ที่ผ่านการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ และส่งเสริมอาชีพทดแทนให้ผู้ทำการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
ที่ผ่านมา กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปดำเนินการฟื้นฟูในพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ นครนายก นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ตราด ปราจีนบุรี และภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา สงขลา สตูล ตรัง และพัทลุง
โดยการเข้าไปสำรวจความต้องการของเกษตรกร ในการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากนากุ้ง มาเป็นการปลูกพืชอื่นแทน แล้วทำการสำรวจจัดทำแผนที่ออกแบบต้นร่างโครงสร้างใหม่ ที่จะทำการฟื้นฟูให้สอดคล้องกับศักยภาพของที่ดินและความต้องการของเกษตรกร โดยทำการยกร่อง เพื่อปลูกไม้ผล พืชไร่ พืชผัก หรือจัดทำแปลงนาเพื่อการปลูกข้าว รวมทั้งขุดบ่อน้ำ เพื่อสำรองน้ำหรือเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตามแนวทฤษฏีใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขความเค็มของดิน ปรับโครงสร้างทางกายภาพของดินโดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตราที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และปลูกหญ้าแฝกป้องกันการพังทลายของดินรอบขอบบ่อ
"ขณะนี้ได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่แล้วกว่า 12,000 ไร่ และในปี 2554 จะดำเนินการเพิ่มอีก 1,000 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำทรัพยากรดินมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้มากขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกรจะได้มีรายได้จากการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นทดแทนสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ขึ้นต่อไป" นายฉลอง กล่าว

