นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หยิบยกประเด็นเรื่องการขาดแคลนปัญหาพันธุ์แม่ไก่ไข่ขึ้นมาหารือในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม และเห็นว่าให้เปิดเสรีการนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่ ส่วนการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ควรยุบทิ้ง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ครม.รับทราบมาตรการที่ได้ดำเนินการแล้ว ทั้งเรื่องของอายุไก่ การส่งออกไข่และการจัดสรรลูกไก่ นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานว่าจะใช้กฎหมาย 2 ฉบับ
เข้ามาช่วยดูแลเรื่องการแข่งขันทางการค้า ราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งได้เชิญกรมปศุสัตว์ มารับฟังปัญหาและทำความเข้าใจปัญหา
" ครม.เห็นว่าความพยายามของเอ้กบอร์ด ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดเสถียรภาพเรื่องธุรกิจนั้นมีความผิดพลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เพราะเมื่อมีการตกลงกันเรื่องไก่ 4 แสนกว่าตัวนั้น พอเอาเข้าจริงๆ มีการไปลดเพิ่มเติมอีก และปรากฏว่า ผู้ที่พยายามนำเข้าไก่นั้นไม่สามารถนำเข้ามาได้ ทำให้เกิดความผันผวนเรื่องราคาและไม่สัมพันธ์กับต้นทุนที่แท้จริง จึงได้เชิญกรมปศุสัตว์มาชี้แจงซึ่งชัดเจนว่า มติของเอ้กบอร์ดเป็นเพียงการขอความร่วมมือ แต่ต้องไม่ไปตัดสิทธิคนที่จะไปนำเข้า ครม.จึงถือว่าขณะนี้ใครจะขออนุญาตที่จะนำเข้าไก่นั้นต้องทำได้อย่างเสรี " นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า จะไม่มีการควบคุมปริมาณแม่พันธุ์ไก่แล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า โดยกฎหมายไม่มีการควบคุมการนำเข้าไม่ได้ และหากเอ้กบอร์ดต้องการสร้างเสถียรภาพก็ต้องสามารถสร้างความเป็นเอกภาพกับ เกษตรกรทุกกลุ่มเพื่อให้เกิดเสถียรภาพเท่านั้น และต้องระวังเรื่องผลกระทบต่อผู้บริโภค ซึ่งหลังจาก ครม.มีมติในสัปดาห์ก่อน เมื่อครบ 60 วันแล้วก็จะมีการสรุปอีกครั้งว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างไร
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้กรมปศุสัตว์มีการใช้กฎหมายกักกันการนำเข้าจนไม่สามารถนำเข้าได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้สอบถามทางกรมปศุสัตว์แล้ว พบว่าในทางปฏิบัติไม่มีใครขออนุญาตนำเข้าไก่ ผู้ที่จะมาขออนุญาตนั้นคิดว่าหากมาขออนุญาตก็คงจะไม่ได้ ครม.จึงมีความชัดเจนไปแล้วว่า ทุกคนมีสิทธิขอและกรมปศุสัตว์ก็ต้องอนุญาต ยกเว้นในช่วงที่มีโรคระบาด
"ส่วนระยะยาว ครม.ได้คุยกันว่าจะมีกลไกในการปรับแก้ไขปัญหาไข่ล้นตลาดในอนาคตได้ อาทิ การยืดอายุไก่ จาก 68 เป็น 72 สัปดาห์ ก็จะขอความร่วมมือจาก 72 สัปดาห์ให้ลงมาเหลือ 68 สัปดาห์หรือลดลงมาอีกก็ได้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า เกษตรกรจะขอโควต้านำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ 5 หมื่นตัว สามารถทำได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องโควต้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้กับกรมปศุสัตว์และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าเมื่อมีการพูดถึงโควต้าก็มีการอนุมัติ แต่ก็ไม่สามารถจัดสรรได้ทันกับความต้องการ แต่เมื่อมีความชัดเจนว่าไม่มีสิทธิห้ามการนำเข้าได้ สถานการณ์ก็จะค่อยๆ คลี่คลาย เมื่อถามว่าปี 2553 มีการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่เพียง 405,721 ตัว จาก 9 บริษัท จะสร้างปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในปี 2553 ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะ 6 เดือนที่ผ่านมา ก็นำเข้ามาแล้วกว่า 200,000 ตัว แต่ที่ชัดเจนคือปี 2551 และปี 2552 ที่มีการนำเข้าน้อยกว่า เพียง 10%
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ในระหว่างการประชุม ครม.ครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หยิบยกประเด็น เรื่องการขาดแคลนปัญหาพันธุ์แม่ไก่ไข่ขึ้นมาหารือ โดยระบุว่าการดูแลเรื่องนี้ควรต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ซึ่งนายกฯระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าในข้อเท็จจริงแล้วมติเอ้กบอร์ดใน เรื่องการกำหนดโควต้าการนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่ เป็นเพียงการขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับ เพราะฉะนั้นจึงควรแจ้งให้สาธารณชนได้รับทราบว่าการนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่ สามารถทำได้เสรี เพียงแต่มีขั้นตอนที่จำเป็นต้องขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์ก่อนเท่านั้น ขณะที่การดำเนินงานของเอ้กบอร์ดควรต้องมีการศึกษาเรื่องโครงสร้างอำนาจ หน้าที่ให้ชัดเจน
หากการดำเนินงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะ นี้ได้ ก็ควรพิจารณาทบทวนการดำเนินงานของเอ้กบอร์ดอีกครั้ง
" บัญชานายกฯที่ออกมาครั้งนี้ พูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ ว่า ในเรื่องการนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่สามารถเปิดเสรีได้ ส่วนการดำเนินงานของเอ้กบอร์ด หากทำงานแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ควรยุบทิ้งไปซะ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชุม ครม.เห็นด้วย และนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานเอ้กบอร์ด ที่นั่งร่วมประชุมอยู่ด้วยก็ไม่ได้มีความเห็นคัดค้านอะไร" นายวัชระกล่าว
นายวัชระกล่าวว่า เหตุผลที่นายกฯต้องหยิบยกปัญหาเรื่องการขาดแคลนพันธุ์แม่ไก่ไข่ขึ้นมาหารือ เพราะขณะนี้เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไข่อภิสิทธิ์แพงมาก และมีการตั้งประเด็นว่า ปัญหาอาจจะเกิดขึ้นจากการที่โควต้าการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่จำกัดวงอยู่ เพียงแค่บริษัทเอกชน 9 ราย กับอีก 1 สหกรณ์ ขณะที่มีเกษตรกรบางส่วนออกมาเรียกร้องให้มีการเปิดเสรีนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ ไข่ โดยปัจจุบันบริษัทเอกชนที่ได้รับการจัดสรรโควต้ามีจำนวนน้อยลงทุกปี นอกจากนี้ ราคาไข่ไก่และลูกไก่ไข่ที่ผ่านมาก็มีความผันผวนมาก อาจเกิดจากองค์ประกอบบางอย่างที่ส่งผลทำให้เป็นแบบนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายการเปิดเสรีนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่ครั้งนี้จะใช้ถาวรหรือไม่ นายวัชระกล่าวว่า เข้าใจว่าน่าจะเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อให้มีผลต่อจิตวิทยา ทำให้ราคาไข่ไก่ปรับลดลง และไม่น่าจะเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด เพราะการนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่ใหม่ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7-8 เดือน ในการเพาะเลี้ยง ก่อนที่จะเติบโตและให้ผลผลิต
" ขณะนี้ยอดการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ของเอกชนมีอัตราลดน้อยลงถึง 10% จากปริมาณทั้งหมด 400,000 กว่าตัวต่อปี ซึ่งนายกฯระบุว่า หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ ปัญหาก็จะหนักขึ้นทุก
ปี"นายวัชระกล่าว
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ได้เชิญตัวแทนจากกรมปศุสัตว์มาชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการ ขาดแคลนพันธุ์แม่ไก่ไข่ นายกฯได้สอบถามว่าหากจะให้มีการนำเข้าพันธุ์แม่ไก่ไข่เพิ่มขึ้นจะทำได้หรือ ไม่ ตัวแทนจากกรมปศุสัตว์ตอบว่า คงต้องให้เอ้กบอร์ดเป็นผู้พิจารณาเพราะมีอำนาจดูแลเรื่องนี้ แต่นายกฯกล่าวว่า มติ ครม.ใหญ่กว่าเอ้กบอร์ดอยู่แล้ว ครม.จะสั่งให้ดำเนินการเรื่องนี้วันนี้เลยก็ย่อมได้ แต่หากมีมติไปแล้วกรมปศุสัตว์ต้องเข้าไปดูแลงานให้เป็นไปตามมีมติด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้นำเข้าแล้วไปกักไว้ที่ด่านตรวจสุวรรณภูมิ จนกระทั่งไข่ฟักเป็นตัวและตายไป ก่อนจะได้นำเข้ามา
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในระหว่างการพิจารณาไข่ไก่ครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานมาตรการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่แพงให้ที่ประชุมรับทราบ ซึ่งมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การสั่งตรึงราคาไข่หน้าฟาร์มให้อยู่ที่ใบละ 2.80 บาท และมีการจัดโครงการธงฟ้าเพื่อแทรกแซงราคาไข่ไก่บางพื้นที่ด้วย รวมถึงเตรียมนำกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กำหนดราคาแนะนำลูกไก่ และแม่พันธุ์ไก่ไข่ทั่วประเทศมาบังคับใช้ แต่นายกฯตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงพาณิชย์ควรจะพิจารณาว่าสามารถบังคับได้จริง หรือไม่ เพราะถ้าทำไปแล้ว อาจจะมีปัญหาถูกฟ้องร้องเรื่องการกีดกันทางการค้าในอนาคต
นายมงคล พิพัฒนสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและผู้ส่งออกไข่ไก่ เปิดเผย ว่า กรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติในวันที่ 13 ก.ค. 53 ให้มีการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่โดยเสรี เพื่อแก้ปัญหาไข่ไก่มีราคาแพงนั้น สร้างความกังวลให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อย่างหนัก เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดเหมือนในอดีต จึงได้เชิญตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในภาคตะวันออกร่วมประชุมด่วนใน วันนี้ ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า หากเปิดเสรีโดยอนุมัติให้นำเข้าแม่ไก่ไข่จำนวน 5 หมื่นตัวตามข้อเรียกร้องของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ คาดว่าจะทำให้มีลูกไก่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 5 ล้านตัวและมีไข่ไก่เพิ่มขึ้น 4 ล้านฟอง/วัน หากไม่มีมาตรการทางการตลาดรองรับที่ชัดเจน มั่นใจได้ว่าจะส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำในอนาคตอย่างแน่นอน จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาผลกระทบจากกรณีปัญหาดังกล่าวด้วย

