กระทรวงพลังงาน เร่งเครื่องไบโอดีเซล จับมือ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อให้บางจาก 50 ล้านบาท แถมพื้นที่สวนส้มเดิมให้เช่าถูก ๆ ไว้ปลูกปาล์มน้ำมัน ส่งวัตถุดิบเข้าโรงงาน B100 หวังรองรับความต้องการใช้น้ำมัน ไบโอดีเซล B3 ที่จะเพิ่มขึ้น ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรใน จ.นครนายก ด้านกองทุนน้ำมันฯเตรียมหารือขยายโครงการสินเชื่อปลูกพืชพลังงานต่อ หลังจากวงเงินกู้งวดแรก 1,000 ล้านบาทถูกใช้จนเกือบเต็มวงเงินแล้ว
นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการส่งเสริมการปลูกปาล์มเพื่อนำมาผลิต ไบโอดีเซลว่า ขณะนี้มีโครงการที่กระทรวงพลังงานร่วมมือกับบริษัท บางจากปิโตร เลียม จำกัด (มหาชน) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดนครนายกให้เป็นศูนย์กลางการปลูกปาล์ม เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล (B100)
ธ.ก.ส.เตรียมปล่อย สินเชื่อให้กับบริษัทบางจากฯประมาณ 50 ล้านบาท และให้เช่าที่ดินอีกประมาณ 1,200 ไร่ เพื่อนำไปพัฒนาและปลูกปาล์มน้ำมัน โดยจะให้เช่าที่ดินในราคาถูกประมาณ 700 บาท/ไร่/ปี ซึ่งโครงการนี้จะได้ประโยชน์คือ 1) บริษัทบางจากฯจะมีงบประมาณไปพัฒนาโครงการไบโอดีเซลพร้อมที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ โรงงานผลิตไบโอดีเซล B100 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่สามารถขยายพื้นที่ได้แล้ว กับ 2) เกษตรกรในพื้นที่มีงานทำและมีรายได้ เพราะเดิมเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำสวนส้มแล้วประสบปัญหาโรคและเพลี้ยระบาด ในสวนส้มจนประสบภาวะขาดทุน
โครงการในขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจ คุณภาพของดินที่มีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเข้ามาดูแลในเชิงวิชาการให้กับโครงการนี้ เพราะเบื้องต้นสภาพดินเป็นดินเปรี้ยว ยังต้องดำเนินการปรับปรุงสภาพดินให้พร้อมสำหรับการปลูกปาล์มน้ำมันก่อน เท่าที่ทราบบริษัทบางจากฯได้วางเป้าหมายว่า โครงการนี้จะสามารถเริ่มให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อป้อนให้กับการผลิตน้ำมัน ไบโอดีเซลได้ภายในปี 2555 ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพสำหรับปริมาณปาล์มน้ำมันที่จะป้อนให้กับการผลิตน้ำ มันไบโอดีเซลในอนาคต เพื่อรองรับการปรับสัดส่วนการผสมน้ำมันปาล์มให้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5 หรือ B5 ภายในปี 2554 รวมถึงการแก้ไขปัญหาการขนส่งน้ำมันปาล์มจากภาคใต้เพียงแห่งเดียว
"จัดเป็นความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน เริ่มจากพื้นที่ของโรงงานไบโอดีเซลที่อยุธยาไม่มีพื้นที่ขยายแล้ว จึงต้องไปหาพื้นที่อื่น ๆ ประกอบกับ ธ.ก.ส.เองมีพื้นที่ที่ได้มาจากเกษตรกร เพราะขาดทุนจากการปลูกส้มก็อยากให้บางจากเข้าไปเช่าไปพัฒนาสภาพดิน เพราะไม่เพียงแต่เข้าไปใช้ที่ดินที่รกร้างให้เกิดประโยชน์เท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ให้มีงานทำด้วย ทางบางจากเองก็ได้วางแผนไว้อยู่แล้วว่า จะลงทุนเรื่องไบโอดีเซลแบบครบวงจรคือ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกปาล์มจนถึงการผสมน้ำมันไบโอดีเซล"
ด้านนายศิวะ นันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (สบพ.) กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการปลูกปาล์มอายุ 10 ปีที่ สบพ.ร่วมกับ ธ.ก.ส.จะมีวงเงินปล่อยกู้ให้ผู้ที่สนใจ 1,000 ล้านบาท (มา จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 500 ล้านบาท และ ธ.ก.ส.จำนวน 500 ล้านบาท) ขณะนี้มียอดผู้สนใจเข้ามาขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.ใน "โครงการสินเชื่อเพื่อปลูกพืชพลังงานทดแทน" โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันจนเกือบเต็มวงเงินที่กำหนดไว้แล้ว ขณะนี้รอประเมินร่วมกันว่า จะมีความเป็นไปได้ หรือไม่ที่จะเพิ่มวงเงินสนับสนุนในโครงการนี้เพิ่มเติม เนื่องจากยังคงมีผู้สนใจขอสินเชื่อดังกล่าวอีกมาก
ในส่วนของกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง หากว่าต้องเพิ่มวงเงินเพื่อส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมัน ทางกองทุนก็ยังสามารถรับภาระได้เพราะยังมีกระแสเงินสดสะสมในทุกเดือน โดยกองทุนน้ำมันฯยังสามารถบริหารจัดการภาระที่ต้องจ่าย "ชดเชย" ราคาให้กับพลังงานทดแทนแต่ละประเภทที่ต้องจ่ายอยู่ที่ประมาณ 2,600 ล้านบาท/เดือนหรือประมาณ 84 ล้านบาท/วัน ขณะที่กองทุนน้ำมันฯมีรายรับจากการเก็บเงินส่งเข้ากองทุนจากน้ำมันเชื้อ เพลิงแต่ละประเภทอยู่ที่ประมาณ 3,300 ล้านบาท/ เดือนหรือประมาณ 108 ล้านบาท/วัน "ตอนนี้เรารอให้ ธ.ก.ส.ประเมินอยู่ว่า ยังมีผู้สนใจในสินเชื่อตัวนี้อีกมากหรือไม่ ทาง ธ.ก.ส.อาจจะปล่อยสินเชื่อเองก็ได้ โดยที่กองทุนน้ำมันฯไม่ต้องใส่เงินลงไปช่วย ยังต้องมานั่งดูรายละเอียดใหม่ด้วยว่า เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร จะเหมือนหรือแตกต่างจากโครงการแรกหรือไม่ เร็ว ๆ นี้จะประเมินสรุปร่วมกันอีกครั้ง"
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังคงทำหน้าที่ชดเชยราคาพลังงานทดแทน เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากองทุนน้ำมันฯชดเชยราคาให้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 มีภาระอยู่ที่ 4.3 ล้านบาท/เดือน ชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B5 อยู่ที่ 519 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องรับภาระชดเชยให้กับราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) อยู่ที่ 1,970 ล้านบาท/เดือน หรือประมาณ 63.55 ล้านบาท/วัน

