ประธาน ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาไทยหนุนสุดตัวตั้ง "กองทุนสวัสดิการชาวนา" มั่นใจภายใน 6 เดือนเห็นผล เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยกร่างพ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาเรียบ ร้อยแล้ว
เหลือเพียงเปิดรับฟังความคิดเห็นชาวนาทั่วประเทศ ใช้เวลา3-4เดือน เชื่อไม่มีปัญหาเพราะชาวนา 90%ขานรับ
นายปราโมทย์ วานิชานนท์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมชาวนาไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการเกี่ยวกับการตั้งกองทุน สวัสดิการชาวนา ว่านับเป็นการสร้างพลังใจให้กับชาวนาอีกครั้ง เพราะกองทุนสวัสดิการชาวนาเป็นสิ่งที่ชาวนาทั่วประเทศ 3.7 ล้านครัวเรือน หรือ 15-17 ล้านคนได้รอคอยมาตั้งแต่รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
"ในฐานะเป็นประธานที่ปรึกษาสมาคมชาวนาไทย มั่นใจว่ากองทุนสวัสดิการชาวนาจะเป็นรูปเป็นร่างภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้ เพราะเวลานี้ตัวร่างพ.ร.บ.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยกร่างเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการเปิดรับฟังความคิดเห็นชาวนาทั่วประเทศ ซึ่งจะใช้เวลา 3-4 เดือนข้างหน้านี้ ขณะเดียวกันจะได้มีการปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวนา ไปพร้อมๆกัน หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา ใช้เวลาอีกราว 3 เดือน ที่สำคัญชาวนากว่า 90% ขานรับ ผู้เกี่ยวข้องแทบจะไม่คัดค้านเลย เพราะฉะนั้นชาวนาเขาจะเป็นคนเร่งรัดให้พ.ร.บ.การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ ชาวนาผ่านการพิจารณาและตั้งกองทุนให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด"นายปราโมทย์ กล่าวและว่า
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญแตกต่างจากพืชเศรษฐกิจอื่น เพราะข้าวไม่เพียงทำรายได้เชิงพาณิชย์หรือสร้างความมั่นคงด้านอาหารเท่านั้น แต่ข้าวเป็นพืชที่มีประเพณีวัฒนธรรม เป็นวิถีชีวิต อาชีพปลูกข้าวหรือชาวนาจึงมีความจำเป็นต้องรักษาไว้ชั่วกาลนาน แต่เนื่องจากที่ผ่านมาอาชีพทำนามีแต่สร้างความทุกข์ยากลำบาก ชาวนาได้รับความรู้สึกไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ถูกดูหมิ่นจากคนในสังคมรอบด้าน จึงทำให้ลูกหลานชาวนาทิ้งไร่ทิ้งนาไปประกอบอาชีพอื่นที่สร้างรายได้และมี ความมั่นคงที่ดีกว่า หากมีกองทุนสวัสดิการชาวนา จะมีส่วนดึงลูกหลานชาวนาให้กลับมาสานต่ออาชีพของบรรพบุรุษได้อย่างยั่งยืน และมั่นคง
ก่อนหน้านี้นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยถึงร่างพ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนา ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำการยกร่างไว้เรียบร้อยแล้วมีทั้งสิ้น 7 หมวด 57 มาตรา ได้แก่หมวดที่1 ว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งกองทุนและลักษณะของกิจการกองทุน หมวดที่2 ว่าด้วยเรื่องการควบคุมและการบริหารกิจการของกองทุน หมวดที่3 ว่าด้วยเรื่องสำนักงานกองทุนสวัสดิการชาวนา หมวดที่4 ว่าด้วยเรื่องสมาชิกและสิทธิประโยชน์ของสมาชิก หมวดที่5 ว่าด้วยเรื่องการเงิน การบัญชีและการตรวจสอบ หมวดที่ 6 ว่าด้วยเรื่องการควบคุมกำกับการจัดการทุน และหมวด 7 ว่าด้วยเรื่องบทลงโทษ
สำหรับ 57 มาตรา มาตราที่สำคัญได้แก่องค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชาวนา ซึ่งเรียกโดยย่อว่าคณะกรรมการกสช. เพื่อควบคุมและบริหารกิจการของกองทุน มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน มีผู้แทนชาวนา 6 คน มีผู้จัดการสำนักงานกองทุนสวัสดิการชาวนาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะ กรรมการกองทุน
ทั้งนี้กรอบแนวคิดการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนา ประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก 1.เพื่อเป็นสวัสดิการแก่สมาชิกและมีรายได้ที่แน่นอน 2.มีการเก็บเงินเข้ากองทุนโดยคำนวณจากฐานรายได้ของการจำหน่ายข้าวเปลือกใน แต่ละปี 3.จัดให้มีสวัสดิการด้านอื่นๆ เช่นการจัดหาปัจจัยการผลิตและอื่นๆ ให้กับผู้ประกอบอาชีพทำนา 4.รัฐบาลสามารถพิจารณาเงินที่จะมาสมทบจากฐานภาษีรายได้ของผู้ประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวกับข้าว ซึ่งจะทำให้กองทุนมีความมั่นคงและยั่งยืน 5.สร้างแรงจูงใจให้ชาวนาเห็นว่าอาชีพชาวนามีเกียรติและมีความมั่นคง
ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่าเวลานี้ชาวนาอยากให้พ.ร.บ.การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาผ่านการ พิจารณาในรัฐบาลชุดนี้ก่อน เพราะหากไม่ทันอีกจะลากยาว เพราะชาวนาได้เสนอเรื่องนี้มาหลายรัฐบาลแล้ว ส่วนที่จะเพิ่มเติมหรือแก้ไขไปว่ากันภายหลัง โดยสิ่งที่อยากให้แก้ไขอาทิการกำหนดจำนวนพื้นที่นา ชาวนาจะเป็นสมาชิกกองทุนได้ ต้องมีที่นา 75 ไร่ ควรลดลงเหลือ 30 ไร่ เป็นต้น

