โวยรัฐกดราคาสินค้าเกษตรจมดิน

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า นโยบายรัฐที่ปฏิบัติต่อเกษตรกรขณะนี้ ไม่ได้ใส่ใจ หรือให้การดูแลเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากการกดราคาสินค้าไข่ไก่ ทั้งที่สินค้าเกษตร และสินค้าภาคปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ หรือไข่ไก่ ล้วนแต่เป็นสินค้าคอมมอดิตี้ โดยราคาสินค้าเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตามดีมานด์ ซัพพลาย อีกทั้งยังมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ และโรคต่างๆ ซึ่งเวลาที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นก็จะไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับช่วงที่มีราคาตกต่ำ และที่ผ่านมาเกษตรกรก็ไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล

"พอราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นหน่อย นายกรัฐมนตรีก็จะเข้ามาควบคุมราคา ไม่เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลถึงหันมาจับตาเฉพาะแต่สินค้าปศุสัตว์ หลังจากที่เข้ามาดูเรื่องไข่ไก่ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องปากท้องให้กับคนเมือง ทั้งที่จริงๆแล้ว สินค้าเกษตรก็เหมือนกับราคาน้ำมัน ซึ่งถือเป็นสินค้าคอมมอดิตี้เหมือนกัน แต่น้ำมันกลับมีราคาที่ขึ้นลงตามตลาดโลก เป็นเรื่องน่าแปลกที่เวลาราคาน้ำมันขึ้นสูง รัฐบาลก็ไม่เคยเข้าไปควบคุม ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขณะที่สินค้าเกษตรก็ไม่ได้สูงมากนัก เมื่อเทียบกับราคาในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา แต่กลับถูกกดราคาไว้ การที่รัฐบาลให้ความสนใจเลือกดูแลผู้บริโภค โดยไม่สนใจเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ หรือจะเป็นเพราะเกษตรกรบีบบังคับได้ง่ายกว่า" นายมาโนช กล่าว

นายมาโนช กล่าวย้ำอีกว่า สินค้าเกษตร หรือสินค้าปศุสัตว์ อาทิ หมู ไก่ และไข่ไก่ เป็นสินค้าคอมมอดิตี้ที่มีราคาขึ้นลงตามปริมาณ และความต้องการของตลาด ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ที่สำคัญ น้ำมัน ก็ถือเป็นต้นทุนใหญ่ตัวหนึ่งของเกษตรกรเหมือนกัน ซึ่งเกษตรกรก็ได้รับผลกระทบจากราคาที่เพิ่มขึ้นด้วย จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ไม่เช่นนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา อาจจะกลายเป็นการทำลายผู้ประกอบการรายย่อยและรายกลาง จนอาจถึงขั้นต้องเลิกกิจการ เมื่อถึงเวลานั้น คนเมืองก็จะต้องบริโภคแต่ของแพง